

1.7M
Downloads
1482
Episodes
เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com
Episodes

Dec 22, 2021
Dec 22, 2021
48 min
25 พ.ย. 64 - อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข : “ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด” เตือนให้เราเห็นคุณค่าของทุกขณะที่เรามีอยู่ ผู้คนมักไม่ตระหนักว่า ปัจจุบันขณะเป็นสิ่งแสดงว่าเรายังมีชีวิตอยู่ จำเพาะคนตายเท่านั้นที่มีแต่อดีต ไม่มีปัจจุบัน แม้กระนั้นถ้าใครมัวจมอยู่กับอดีต เอาแต่โศกเศร้าคร่ำครวญถึงคนรักที่ตายจาก ผู้นั้นก็ไม่ต่างจากคนตาย เพราะชีวิตไร้ชีวาเสียแล้ว เช่นเดียวกับคนที่กังวลกับอนาคต คิดถึงแต่ความตายที่รออยู่เบื้องหน้าเมื่อรู้ว่าตนเป็นโรคร้าย หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต คนเหล่านี้ถึงจะมีลมหายใจก็เหมือนตายทั้งเป็น
มีแต่คนที่อยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้น จึงจะรู้สึกตื่นและมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง เป็นคุณภาพที่ต่างจากคนซึ่งฝันถึงความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตราวคนหลงละเมอ
ปัจจุบันคือเวลาประเสริฐสุด เพราะเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่เราสามารถทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ ถ้าต้องการความสำเร็จ ก็ต้องลงมือทำเสียแต่บัดนี้ ถ้าต้องการความสุข ก็ต้องรู้จักเป็นสุขเสียแต่ตอนนี้

Dec 22, 2021
Dec 22, 2021
27 min
21 พ.ย. 64 - รู้กาย ใจสงบ : และความรู้สึกอย่างที่ว่าเวลาใจลอยเถลไถลมันก็ความรู้สึกตัวนี้แหละ ความรู้สึกที่กายก็จะไปสะกิดใจให้กลับมากลับมามีสติ กลับมามีความรู้สึกตัว แล้วพอรู้สึกที่กายบ่อยๆต่อไปเราก็จะรู้สึกของการว่ามันเกิดอารมณ์ต่างๆขึ้นมากลัวโกรธเกลียดเครียดแล้วก็ใช้ความรู้การรับรู้ที่กายมาช่วยบรรเทาอาการของใจได้
จนกระทั่งต่อไป มันก็ไว จนกระทั่งเห็นอาการของใจได้อย่างรวดเร็ว อารมณ์ที่เกิดขึ้น ความคิดที่ปรากฏ ก็จะรู้ทันได้ไว ต่อไปก็จะเห็นถึงอาการถึงรากเหง้าถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอารมณ์หรือความทุกข์เหล่านั้นเมื่อมีการกระทบเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นอย่าไปมองข้ามอย่าทิ้งกายไม่ว่าในระหว่างการปฏิบัติหรือว่าในชีวิตประจำวันให้มาสังเกตดูกายไม่ว่ากายทำอะไรหรือว่ามีอาการอย่างไร อันนี้เป็นการฝึกที่ทำได้ในชีวิตประจำวันและควรทำและทำได้ทั้งวันด้วย

Dec 20, 2021
Dec 20, 2021
31 min
20 พ.ย. 64 (เย็น) - ออกจากคุกของใจ : เวลาโกรธ เราอาจจะไม่สังเกตว่าจิตมีอาการผลักไส ผลักไสความโกรธ ผลักไสสิ่งที่ทำให้โกรธ ผลักไสความเศร้าหรือสิ่งที่ทำให้เศร้า ผลักไสความเครียดหรือสิ่งที่ทำให้เครียด การผลักไสนี่แหละที่ทำให้จิตยิ่งถลำเข้าไปอยู่ในอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ เพราะว่าพอจิตเป็นศัตรูกับอารมณ์เหล่านี้ อารมณ์เหล่านี้ก็กลายเป็นศัตรูของจิต ก็มาทำร้ายจิต หรือว่าบีบคั้นจิตมากขึ้น
แต่ทันทีที่เรามีสติ เห็นอาการผลักไส แค่นี้มันก็ช่วยทำให้จิตออกจากอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ได้เพราะว่าพอจิตเห็นอาการของการผลักไส พอรู้ว่าจิตมีอาการผลักไส จิตก็จะกลับมาเป็นปกติ แทนที่จะผลักไสก็แค่เห็นมันเฉยๆเรียกว่ารู้ชื่อๆรู้เฉยๆ หรือว่าสามารถที่จะปล่อยวางอารมณ์เหล่านั้นได้ มันก็ทำให้จิตสามารถที่จะหลุดจากอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ได้ เรียกว่าจิตออกจากคุกคุกทางอารมณ์ได้
เราต้องเรียนรู้ที่จะพาจิตออกจากคุกชนิดนี้ หรืออย่างน้อยๆทุกครั้งที่จิตถูกจองจำ ครอบงำด้วยอารมณ์เหล่านี้ ก็ควรที่จะรู้ตัว เมื่อรู้แล้วแทนที่จะผลักไส แทนที่จะสู้รบตบมือกับมัน ก็แค่เห็นมันเฉยๆรู้ซื่อๆหรือว่าเป็นมิตรกับมันเลยก็ได้ อย่างที่ท่านติชนัทฮันห์เคบบอกว่า เวลามีความโกรธให้โอบกอดความโกรธ เวลามีความเศร้าให้โอบกอดความเศร้า ไม่ผลักไส ไม่รังเกียจ ผลักไสมัน แต่เป็นมิตรกับมัน
พอมีความเป็นมิตรให้กับอารมณ์เหล่านี้ อารมณ์เหล่านี้ก็จะเป็นมิตรกับใจของเราด้วยเหมือนกัน มันก็จะหมดพิษสง แล้วก็ทำให้จิตของเราเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักคุกชนิดนี้ เพราะว่ามันครอบงำจิตของเราอยู่บ่อยๆ บางทีวันหนึ่งหลายครั้ง และวันหนึ่งก็หลายครั้ง บางคุกก็ครอบงำจิตของเราจองจำจิตของเรายืดเยื้อยาวนานเป็นวันเป็นอาทิตย์เป็นเดือนเป็นปีก็มี เพราะว่าความไม่มีสติความไม่รู้สึกตัว พอไม่รู้ตัวก็เลยติดคุกโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน

Dec 20, 2021
Dec 20, 2021
26 min
20 พ.ย. 64 (เช้า) - ลืมทุกข์ รู้ทุกข์ : คนส่วนใหญ่ไปใช้วิธีการลืม ลืมความปวด จะใช้วิธีใดก็แล้วแต่ บางทีไม่ได้ปวดกายแต่มีความเครียดได้มีความวิตกกังวลจะทำอย่างไรก็ตามเพื่อทำให้มันลืม แต่ว่าเป็นการลืมชั่วคราว พอหยุดทำมันก็กลับมาทุกข์ใหม่ อันนั้นมันก็ดีอยู่แต่ว่า เราควรจะรู้จักอีกวิธีหนึ่งด้วย นอกจากทำใจให้เป็นปกติลืมความทุกข์ ไม่ว่าทุกข์กายทุกข์ใจ การรู้การเห็นมันอย่างซื่อๆ ตรงๆหรือว่ารู้ซื่อๆ มันก็ช่วยทำให้วางความทุกข์และอารมณ์เหล่านั้นลงได้
เพราะเมื่อรู้ เมื่อเห็น ไม่เข้าไปเป็นมัน มันก็เหมือนกับต่างคนต่างอยู่ หรือยิ่งกว่านั้นก็คือว่าไม่ไปต่ออายุให้มัน เพราะอารมณ์เหล่านี้มีอายุสั้นเกิดแล้วก็ดับเกิดแล้วก็ดับ แต่ที่มันคาอยู่ในใจนานๆจนครอบงำจิตใจให้เป็นทุกข์เป็นเพราะเราไปเติมเชื้อไปเติมคืนให้มัน มันเหมือนกองไฟถ้าไม่ไปทำอะไรกับมันมันก็จะดับในที่สุด แต่เป็นเพราะเราไปเติมเชื้อเติมคืนให้มันมันก็เลยลุกอยู่เรื่อยๆ มันไปเติมต่ออายุให้กับมันได้อย่างไรก็เพราะเราไปจดจ่อใส่ใจ ไปยึดหรือเข้าไปเป็นนั้นเอง รวมทั้งการไปผลักไสด้วย แต่ทันทีที่เราถอนใจออกมา มองมันเห็นมัน ไม่ไปต่ออายุให้มัน มันก็ค่อยๆมอดไป อันนี้เรียกได้ว่าเป็นการรักษาใจให้ปกติ ไม่ใช่ด้วยวิธีการลืม แต่ด้วยวิธีการรู้ เห็น ไม่เข้าไปเป็น ถ้าเรารู้จักทั้ง 2 วิธี บางครั้งเราต้องใช้วิธีทำสมาธิเพื่อทำให้ลืม หรือวางความทุกข์อารมณ์ที่ทำให้เศร้าหมอง อารมณ์ที่ทำให้รุ่มร้อน
แต่เราก็รู้จักวิธีที่จะมองเห็น หรือว่ารู้อย่างซื่อๆตรงๆ มันก็เป็นวิธีการที่จะรักษาใจให้เราเป็นปกติได้ ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องรู้จักฝึกใจให้เหมือนกับศาลาที่อะไรจะเข้ามาก็ได้ ความโกรธจะเข้ามา ความเครียดจะเข้ามาก็ได้ แต่ก็เรียนรู้วิธีที่จะดูมันเห็นมันโดยที่ไม่เข้าไปเป็นมันหรือเข้าไปยึด หรือไปต่ออายุให้มัน

Dec 19, 2021
Dec 19, 2021
28 min
19 พ.ย. 64 - ปล่อยทุกข์ลอยโศก : เมฆที่มันบดบังดวงจันทร์ที่สุกสว่าง ที่มันเลือนหายไปเพราะว่ากระแสลมพัดพาไป ส่วนความหลงที่มันครอบงำจิต จนกระทั่งไม่เห็นถึงความสุกสว่างของใจเพราะความรู้สึกตัว มันเลือนหายไปได้เมื่อเรามีสติ หรือเมื่อเรารู้จักวางใจเราถูกต้อง
เมื่อเราเอาจิตมากำหนดรู้อยู่กับสิ่งอื่นที่เป็นกลางๆ เช่น ลมหายใจ มือที่เคลื่อนไหว เท้าที่ขยับเขยื้อน มันก็ทำให้เกิดการปล่อยการวางได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าเรามาเจริญสติด้วยแล้ว มันไม่เพียงแต่รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เป็นอกุศล แต่มันยังช่วยทำให้จิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา
ซึ่งก็เหมือนกับว่าเป็นการขับไล่ความหลงที่มันไปครอบงำบดบังจิตที่สว่างไสว อันนี้คือสิ่งที่เราฝึกได้ถ้าเราฝึกเป็นประจำ เมื่อถึงเวลาที่เราเจอความทุกข์ที่รุนแรง เราก็สามารถจะปลดเปลื้องหรือวางมันได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยพิธีกรรมมาเป็นตัวช่วย หรือถึงจะมีพิธีกรรมเป็นตัวช่วย ก็ยิ่งทำให้มันได้ผลมากขึ้นสำหรับการปล่อยการวาง เพื่อให้ใจกลับมาสว่างด้วยความรู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง

Dec 19, 2021
Dec 19, 2021
31 min
12 พ.ย. 64 - สงบอย่างตื่นรู้ : ถ้าเรามีความรู้สึกตัวอยู่ในใจ หรือว่าถ้าใจของเราอยู่ในแดนของความรู้สึกตัว มันก็จะปลอดภัย ปลอดโปร่ง เป็นอิสระจากอารมณ์และความทุกข์ แต่ว่าความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้นได้มันต้องอาศัยสติ สติเป็นตัวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวเตือนให้รู้ว่า มันมีความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่ากับกายก็ดี กับใจก็ดี พอรู้แล้ว พอมีสติเป็นตัวเตือนแล้ว มันก็ทำให้ไม่พลัดเข้าไปในอารมณ์เหล่านั้น หรือถึงพลัดเข้าไปก็มีสติเป็นตัวดึงออกมา พาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
เพราะฉะนั้นการเจริญสติ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะช่วยทำให้จิตเราเกิดความสงบ ควบคู่ไปกับความตื่นรู้ สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ เจริญสติถ้าจับหลักได้ มันก็ทำได้ทั้งวัน มันไม่ใช่ว่าต้องมาเข้าคอร์ส ไม่จำเป็นต้องมาทำในรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมาวัด ทำงานทำการอะไรใจก็อยู่กับสิ่งนั้น ใจมันหลุดออกไปไหลไปในอดีตลอยไปในอนาคต มีสติพาใจกลับมา ใหม่ๆสติมันก็งุ่มง่ามเชื่องช้า งัวเงีย แต่พอเราฝึกบ่อยๆใช้บ่อยๆมันก็จะกระฉับกระเฉง รวดเร็วฉับไวเราใช้มันได้ เราฝึกมันได้ เพราะว่ายอมให้ใจเผลอยอมให้ใจนี่ฟุ้งเพื่อเปิดโอกาสให้มันได้ทำงาน พอมันได้รู้ได้เห็นความฟุ้งความปรุงแต่งอารมณ์ต่างๆ มันก็จะมีความระลึกได้ว่า ความฟุ้งเป็นอย่างนี้ ความโกรธเป็นอย่างนี้ ความหงุดหงิดเป็นอย่างนี้ พอระลึกได้จำได้ เวลามันโผล่มาก็รู้ทันอย่างรวดเร็ว พอรู้ทันอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ปล่อยให้ใจไหล ไถลเข้าไปในความคิดและอารมณ์เหล่านั้น มันพาใจกลับมาเลย กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

Nov 29, 2021
Nov 29, 2021
31 min
11 พ.ย. 64 (เย็น) - ฟังธรรมให้เกิดธรรม : การปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง มันต้องอาศัยการรู้จักคิด หรือโยมิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการ รู้จักคิด มันทําให้การฟังธรรมมันเกิดผลดี แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติ แต่จะปฏิบัติให้ดีให้ถูกต้องก็ต้องอาศัยการรู้จักเข้าใจทั้งธรรมและอัตถะ เข้าใจธรรมก็คือเข้าใจหลัก เข้าใจว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดสิ่งที่ต้องการ เข้าใจอัตถะ เข้าใจว่า เมื่อนำเอาธรรมะมาปฏิบัติ มันจะเกิดจุดมุ่งหมายอะไร เป็นสิ่งที่ประสงค์ต้องการไหม พอเรามาปฏิบัติธรรมพอไม่รู้อัตถะ ไม่รู้ธรรม บางทีก็ปฏิบัติผิด อยากจะมาสงบแต่ว่ามาเจริญที่วัดป่าสุคะโตแล้วก็บ่นว่า ใจไม่สงบสักที ก็เพราะว่าการปฏิบัติการเจริญสติไม่ได้มุ่งให้จิตสงบแต่มุ่งให้มีสติ ให้รู้ทันความคิด จะมีสติรู้ทันความคิดได้ ก็ต้องยอมให้ความคิดเกิดขึ้น ไม่ใช่ไปกดมันเอาไว้ ไม่ใช่บังคับจิตให้นิ่ง ปล่อยให้จิตเป็นอิสระ เพื่อมันจะได้เป็นแบบฝึกหัดให้สติรู้ทัน รู้แล้วก็วาง

Nov 29, 2021
Nov 29, 2021
27 min
11 พ.ย. 64 (เช้า) - นิ่งได้เพราะใจเป็นสุข : สมัยพุทธกาล มีปริพาชกกลุ่มหนึ่ง เคยโต้เถียงกับพระพุทธเจ้า บอกว่าจะเข้าถึงความสุขได้ต้องอาศัยความทุกข์ เข้าถึงโดยการบำเพ็ญทุกรกิริยา แต่พระพุทธเจ้าตรัสแย้งว่า จะเข้าสู่ความสุขได้ก็ด้วยวิธีของความสุข เขาก็ไม่เชื่อ แล้วเขาก็แย้งว่าถ้าความสุขเข้าถึงด้วยความสุข เพราะฉะนั้นพระเจ้าพิมพิสารก็ต้องมีความสุขมากกว่าตัวท่านสิ คือมีความสุขมากกว่าพระพุทธเจ้า

Nov 29, 2021
Nov 29, 2021
27 min
6 พ.ย. 64 - ดูแลใจไม่ให้หลงลืม : ความรู้สึกตัวรวมทั้งการมีสติ การไม่หลงไม่ลืม สำคัญมากในเวลาที่เราเจอเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นไปตามหลักอนิจจัง มันจะช่วยทำให้เราวางใจได้ หรือทำจิตได้ถูก และในขณะเดียวกัน เมื่อถึงคราวที่ต้องทำกิจ หรือแก้ไขปัญหาก็ทำได้ถูก ถ้าเราไม่สังเกตดูใจของเรา มันก็จะไม่เห็นคุณค่าของการมีสติ มีความรู้สึกตัว

Nov 14, 2021
Nov 14, 2021
29 min
5 พ.ย. 64 - ลบดึงดูดลบ บวกดึงดูดบวก : แต่ถ้าบวกดึงดูดบวก ในความหมายที่พูดมา มันเป็นกฎธรรมชาติ เมื่อเรามีเมตตากรุณากับใคร มันก็ไปกระตุ้นเอาความรู้สึกดี อารมณ์บวกของคนๆนั้นออกมา ถ้าเราดีกับเขา เขาก็ดีกับเรา อย่างไรก็ตามมันก็เป็นไปได้ว่าจะมีคนที่พูดไม่ดีกับเรา ทำไม่ดีกับเราหรือแสดงอารมณ์ที่เป็นลบกับเรา ก็ไม่ได้หมายความว่า พอเราเจอคนแบบนี้แล้ว เราจะต้องรู้สึกลบไปกับคนเหล่านั้นด้วย ถึงแม้ว่าความรู้สึกลบของคนเหล่านั้นจะดึงเอาความรู้สึกลบในใจของเราออกมา ว่ามันมีตัวป้องกัน