
Episodes

Saturday Sep 19, 2020
25630917pm--ก้าวข้ามความกลัว
Saturday Sep 19, 2020
Saturday Sep 19, 2020
17 ก.ย. 63 - ก้าวข้ามความกลัว : ที่จริงแล้วสิ่งที่เรากลัวมันไม่น่ากลัวเท่ากับความกลัว ฟังดูงงหรือไม่ สิ่งที่เรากลัวคืออะไร เช่น บางคนกลัวความมืด แต่ความมืดมันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความกลัวมืด ถ้าเรายังกลัวความมืดอยู่เราก็จะไม่กล้านอนคนเดียว ถ้านอนคนเดียวก็จะคิดปรุงแต่งในทางเลวร้ายน่ากลัว ทั้ง ๆ ที่ความมืดนั้นไม่มีอันตรายอย่างใดเลย ความมืดส่วนใหญ่จะปลอดภัย โดยเฉพาะความมืดที่วัด แต่เพราะกลัวความกลัวเราจึงนอนกระสับกระส่าย กิ่งไม้ตกก็ตกใจ ได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องก็ผวา หนูเดินรอบกุฏิก็กลัวจนนอนไม่หลับ บางทีก็ปรุงแต่งไปนึกถึงผีขึ้นมา ความกลัวมืดนั้นเองทำให้เรานอนไม่หลับ ไม่ใช่ความมืด

Wednesday Sep 16, 2020
25630916am--ฟังธรรมแล้วต้องทำด้วย
Wednesday Sep 16, 2020
Wednesday Sep 16, 2020
16 ก.ย. 63 - ฟังธรรมแล้วต้องทำด้วย : ที่จริงไม่ใช่แต่ผู้ฟัง ผู้พูดก็เหมือนกัน ผู้ที่แสดงธรรม การแสดงธรรมก็เป็นประโยชน์กับผู้พูดเหมือนกัน มีประโยชน์ในแง่ที่ว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องพูด ก็ต้องเตรียม ก็ต้องคิด ก็ต้องใคร่ครวญ แล้วก็ต้องทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้มา เพื่อที่จะนำมาแสดง นำมาแจกแจงให้คนฟังเข้าใจ ในการตระเตรียม ก็เป็นการทบทวนธรรมะด้วยเหมือนกัน

Tuesday Sep 15, 2020
25630915pm--ฝึกใจให้มีชัยภูมิ
Tuesday Sep 15, 2020
Tuesday Sep 15, 2020
15 ก.ย. 63 - ฝึกใจให้มีชัยภูมิ : ไม่มีปราการใดที่ให้ความมั่นคงปลอดภัยได้ดีเท่ากับปราการในจิตใจ อันตรายจากภายนอกนั้นเราไม่อาจควบคุมป้องกันได้ตลอด บางครั้งเราก็ทำอะไรกับมันไม่ได้เลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้ นั่นคือรักษาใจไม่ให้ทุกข์ เมื่อรู้จักรักษาใจด้วยปราการแห่งธรรมแล้ว แม้แต่ความเจ็บ ความแก่ และความตายก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ นี้ใช่ไหมคือความปลอดภัยที่แท้จริง
แทนที่จะหลบไปหาชัยภูมิบนภูเขาหรือหลังกำแพงหนา มาแสวงหาชัยภูมิในจิตใจของเรากันมิดีกว่าหรือ

Tuesday Sep 15, 2020
25630914pm--ย้อนคืนสู่ฐาน สืบสานสู่อนาคต
Tuesday Sep 15, 2020
Tuesday Sep 15, 2020
14 ก.ย. 63 - ย้อนคืนสู่ฐาน สืบสานสู่อนาคต : ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา พวกเราได้มาร่วมกัน กลับมาที่บ้านบุฮม วัดบรรพตคีรี มาทำกิจกรรมเพราะว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดของหลวงพ่อเทียน สายงานของหลวงพ่อเทียนตลอดจนครูบาอาจารย์ทั้งหลาย และคำสอนมากมายตลอด 50 ปีหรือเกือบ 60 ปีที่ผ่านมา จะว่าไปแล้วก็มีจุดเริ่มต้นที่นี่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหลวงพ่อเทียน การที่เรากลับมาที่นี่ มาทำกิจกรรมที่นี่ มันก็เหมือนกับว่ามาคืนสู่บ้านเก่าหรือรากเหง้าของพวกเราในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเทียน อันนี้ก็เรียกว่าเป็นการกลับคืนสู่ฐาน
แต่ว่าเพียงแค่กลับมารับรู้ว่าที่นี่คือบ้านเกิดของหลวงพ่อเทียน รู้ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ อันนั้นก็ยังไม่พอ ถ้าเรามาแล้วเราได้ซึมซับรับรู้ถึงคุณธรรม หรือสารัตถะของหลวงพ่อเทียนที่ทำให้ท่านเป็นอย่างที่เป็นอยู่ นั่นคือความพากเพียรพยายามในการแสวงหาสัจธรรม ความพร้อมที่จะอุทิศตัวเพื่อหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์ หลวงพ่อเทียน แม้ว่าท่านจะประสบความสำเร็จมากมายในทางโลก เป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย แต่ท่านก็ไม่เคยหยุดแสวงหา การแสวงหาหลายครั้งท่านก็ไม่ประสบความสำเร็จ ท่านพยายามทำมากมาย แต่ก็พบว่าบุญที่ทำนั้น ไม่ได้ช่วยทำให้จิตใจของท่านสงบอย่างแท้จริง บางทีทำให้เกิดความทุกข์ด้วย จนกระทั่งได้หันมาภาวนาอย่างจริงจัง มาเจริญสติ จนได้ค้นพบสิ่งที่เป็นแก่นแท้หรือสัจธรรมที่ทำให้พ้นทุกข์ได้

Sunday Sep 13, 2020
25630913am--พ้นภัยเพราะใจยอมรับ
Sunday Sep 13, 2020
Sunday Sep 13, 2020
13 ก.ย. 63 - พ้นภัยเพราะใจยอมรับ : ธรรมชาติของคนเรา เมื่อมีภัยมาประชิดตัว ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีคือ “สู้” หรือ “หนี” ปฏิกิริยาทั้งสองประการจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีกำลังสู้ไหว หรือหนีได้ แต่หากสู้ไม่ได้หนีไม่พ้น ไม่มีอะไรดีกว่าการยอมรับมันโดยดุษณี อย่างน้อยก็ทำให้ใจไม่ทุกข์ ดีกว่าทุกข์ทั้งกายและใจ และหาก “โชคดี” ก็อาจรอดพ้นจากอันตรายได้

Saturday Sep 12, 2020
25630912pm--ทำหนึ่งได้สอง
Saturday Sep 12, 2020
Saturday Sep 12, 2020
12 ก.ย. 63 (เย็น) - ทำหนึ่งได้สอง : เราทำอะไรในชีวิตประจำวันก็ควรจะทำอย่างมีสติด้วย หรือทำด้วยสติ อาบน้ำถูฟัน ล้างหน้าทำครัวกินข้าวก็ทำอย่างมีสติ จับหลักง่ายๆว่า ตัวอยู่ไหน ใจอยู่นั่น ตัวอยู่นี่ใจก็อยู่นี่ ไม่ใช่ตัวอยู่นี่แต่ใจอยู่ไหนไม่รู้ หรือว่าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ทำด้วยใจเต็มร้อย ทำอะไรก็ทำด้วยใจเต็มร้อย ใจจะเต็มร้อยได้ก็ต้องทำทีละอย่าง เช่น ระหว่างที่อาบน้ำ ใจก็อยู่กับการอาบน้ำ แต่เต็มร้อย ไม่ใช่ว่าอาบน้ำไปก็คิดโน่นไปคิตนี้ไป ถูฟันก็คิดเรื่องงานเรื่องการไป ขณะที่กินข้าวใจก็วางแผนจะทำโน่นทำนี่ แล้วอยากกินข้าวเสร็จอันนี้เรียกว่าทำหลายอย่างพร้อมกัน ซึ่งสมัยนี้เรียกว่า เป็นที่สมควรทำเพราะเวลามีน้อย เพราะฉะนั้นจึงทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่ไปๆมาๆทำไม่ได้ดีสักอย่าง เพราะฉะนั้นเราลองทำทีละอย่าง เวลาอาบน้ำ ใจก็อยู่กับการอาบน้ำ เวลาถูฟันใจก็อยู่กับการถูฟันเต็มร้อย กินข้าวใจก็อยู่กับการกินข้าวเต็มร้อย มันจะได้ 2 อย่างเลย ทำอย่างเดียวก็ได้ถึง 2 อย่างหมายความว่าเวลาเราอาบน้ำ ถ้าเราอาบน้ำอย่างมีสติ ได้จากการชำระกายแล้ว มันยังเป็นการชำระใจให้หายหม่นหมองด้วย ทำอย่างเดียวแต่ได้ 2 คือได้ประโยชน์ทั้งทางกายและทางใจ เวลากินข้าวก็กินข้าวอย่างมีสตินอกจากได้อาหารไปเลี้ยงกายแล้ว ยังได้สติไปเป็นอาหารใจด้วย ได้ทั้งอาหารกายและอาหารใจ

Saturday Sep 12, 2020
25630912am--อย่าปล่อยให้ใจมืดมิด
Saturday Sep 12, 2020
Saturday Sep 12, 2020
12 ก.ย. 63 (เช้า) - อย่าปล่อยให้ใจมืดมิด : พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เมื่อมือไม่มีแผล บุคคลจะจับต้องยาพิษก็ได้ ยาพิษนั้นไม่สามารถทำอันตรายได้” หมายความว่าทุกครั้งที่ความทุกข์ใจเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะใจเรามีส่วนร่วมด้วยเสมอ อย่างน้อย ๆ ก็เปิดทางให้ปัจจัยภายนอกมาทำร้ายจิตใจของเรา

Friday Sep 11, 2020
25630911pm--เรียนรู้จากความผิดพลาด
Friday Sep 11, 2020
Friday Sep 11, 2020
11 ก.ย. 63 - เรียนรู้จากความผิดพลาด : เมื่อยังหนุ่ม เปี๊ยก โปสเตอร์ นักวาดและผู้กำกับหนังชื่อดังระดับตำนาน มีเพื่อนร่วมงานและร่วมเที่ยวอยู่สองคน หนึ่งในนั้นชื่อ “เกษียร” วันหนึ่งขณะที่ทั้งสามกำลังกินอาหาร เกษียรเห็นคนเมาในร้านเดียวกัน จึงพูดขึ้นว่า “โง่ฉิบหาย กินเหล้าให้เหล้ากิน”

Thursday Sep 10, 2020
25630910pm--นิ่งสงบสยบอารมณ์
Thursday Sep 10, 2020
Thursday Sep 10, 2020
10 ก.ย. 63 - นิ่งสงบสยบอารมณ์ : มีครูคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งไปเรียกวัยรุ่นคนหนึ่งมาพบปะช่วงพักเที่ยง เด็กคนนี้ขาดเรียนเป็นประจำ ครูก็อยากจะรู้เหตุผล ก็เลยเรียกเด็กมา พอมาถึงครูก็ถามว่าทำไมถึงขาดเรียนอยู่บ่อยๆ ปรากฏว่าเด็กคนนั้นเกิดระเบิดขึ้นมาเลย อาละวาดใส่ครูตะโกนเสียงดัง ขว้างหนังสือกระแทกข้างฝา ผลักเก้าอี้โต๊ะล้มลงพูดจาข่มขู่ครู เข้าใจว่าครูจะมาต่อว่าแก ทีแรกครูเจอแบบนี้ก็ตกใจแต่แทนที่ครูจะตวาดหรือต่อว่ากลับหรือว่าไปเรียกใครมาลากนักเรียนคนนี้ออกไป ครูกลับนิ่งสงบ ตั้งสติได้ ก็นิ่ง แต่นักเรียนคนนั้นก็ยังอาละวาดไม่หยุด ครูก็บอกว่าให้ครูคุยกับครูดีๆ ถ้าอารมณ์ดีค่อยมาคุยกับครู แต่เด็กก็ยังไม่ยอมหยุดตะโกน แต่หลังจากตะโกนพักใหญ่ ครูก็ไม่ตอบโต้อะไร เด็กก็หยุดตะโกนแล้ว เด็กก็ยังเดินงุ่นง่านกลับไปกลับมา ครูก็รอจนกว่าเด็กจะสงบ พอเด็กสงบเด็กก็เดินเข้ามาหาครู แล้วก็มาระบายถึงชีวิตที่มันลำเค็ญ รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองถูกกระทำถูกย่ำยีไม่ได้รับความเป็นธรรม ระบายด้วยความโกรธแค้น และก็น้อยเนื้อต่ำใจสิ้นหวัง ครูก็นั่งฟังเฉยๆ เด็กก็พรั่งพรูออกมา เหมือนกับว่าไม่เคยพูดอย่างนี้ให้ใครฟังมาก่อน อาจจะเป็นเพราะไม่มีคนเคยฟังเด็ก ทีแรกก็โทษคนนั้นคนนี้โทษพ่อโทษแม่โทษทั้งโลก ตอนหลังก็เริ่มที่จะมองเห็นตัวเอง พูดถึงความผิดพลาดของตัวเอง ความไม่เอาใจใส่ ความไม่รับผิดชอบของตัวเอง เด็กคนนั้นก็เริ่มสงบลง แล้วก็เริ่มคุยกับครูดีๆ ภาพมันเปลี่ยนไปเลย จากเด็กที่ตะโกนเอะอะโวยวายเอาแต่ใช้ความรุนแรงข่มขู่ครู ผลักโต๊ะเก้าอี้ล้มลงเหวี่ยงหนังสือกระแทกข้างฝา เสร็จแล้วกลายเป็นเด็กที่กลับมาพูดกับครูดีๆ แล้วก็ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง

Wednesday Sep 09, 2020
25630909pm--เตือนใจให้มีสติ
Wednesday Sep 09, 2020
Wednesday Sep 09, 2020
9 ก.ย. 63 - เตือนใจให้มีสติ : ลองถามตัวเราเองว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำในสามวันสุดท้ายหรือวันสุดท้ายหรือเปล่า ถ้ามันไม่ใช่เราก็ต้องปรับตัวปรับใจปรับพฤติกรรมใหม่ แล้วก็หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ และควรจะทำก่อนที่เราจะตายอีกไม่นาน มันต้องมีตัวเบรกบ้างนะสำหรับการใช้ชีวิตของเรา โดบเฉพาะการใช้ชีวิตหรือใช้เวลาไปในทางที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์ และมรณะสตินี่เเหละเป็นตัวเบรกตัวเตือนที่สำคัญมากเลยถ้าเรารู้จักใช้ให้เป็น
