
Episodes

Sunday Aug 23, 2020
25630823pm--บำเพ็ญตนสมเป็นศิษย์มีครู
Sunday Aug 23, 2020
Sunday Aug 23, 2020
23 ส.ค. 63 - บำเพ็ญตนสมเป็นศิษย์มีครู : หลวงพ่อก่อนมรณภาพท่านเขียนข้อความว่า เห็นทุกข์ ก็พ้นทุกข์ แสดงว่าอะไร แสดงว่าทุกข์มีประโยชน์มาก เพราะว่า ถ้าเราเห็นทุกข์ ถ้าเราเห็นเป็น เราก็จะพ้นทุกข์ได้ เห็นทีแรกเห็นด้วยสติก่อน ก็คือมีความทุกข์ มีสติเห็นมัน เมื่อเห็นแล้ว ใจมันวาง แม้ว่าความปวดจะเกิดขึ้นกับกาย แต่ใจไม่ปวดด้วย มีความโกรธเกิดขึ้น เห็นมัน ก็วาง ความโกรธก็หายไป ความสงบก็เข้ามาแทนที่ ที่เราพ้นทุกข์ในความหมายที่ว่าอารมณ์หรือความทุกข์เหล่านี้ไม่มารบกวนเพราะเห็นมัน อย่างที่พูดไปเมื่อวาน ความหลงมันกลัวถูกรู้ถูกเห็น พอมันถูกรู้ถูกเห็นด้วยสติ มันก็จะเบือนหน้า ถอยหนีหายไป เกิดความสงบเข้ามาแทนที่ แม้ความปวดกายยังมีอยู่ แต่ใจไม่ปวด เพราะว่าเห็นมัน เห็นความปวดกาย ไม่ได้เข้าไปยึดมัน เลยไม่ทุกข์ เห็นด้วยสติ

Saturday Aug 22, 2020
25630822am--อย่าหวงแหนความหลง
Saturday Aug 22, 2020
Saturday Aug 22, 2020
22 ส.ค. 63 - อย่าหวงแหนความหลง : เราจะพ้นจากความหลง เห็นความจริงได้ ก็ด้วยการหมั่นรู้ตัวอยู่บ่อย ๆ เห็นความจริงบ่อย ๆ ปัญญาก็จะเกิด ตอนแรกจะเห็นด้วยสติ ตอนหลังเราจะเห็นด้วยปัญญา การเห็นด้วยสติ คือ การรู้ตัว ส่วนการเห็นด้วยปัญญา คือรู้ความจริง ทำให้หลุดจากความหลงซึ่งเป็นรากเหง้าของความทุกข์
ดังนั้นเราขอให้หมั่นเจริญสติ สร้างความรู้สึกตัวบ่อย ๆ เพื่อรับมือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้น จนสามารถเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งปวงได้

Saturday Aug 22, 2020
25630821pm--รู้ซื่อๆ
Saturday Aug 22, 2020
Saturday Aug 22, 2020
21 ส.ค. 63 - รู้ซื่อๆ : เห็น หรือรู้ซื่อ ๆ ไม่ว่าทำอะไรก็รู้ มีอะไรเกิดขึ้นกับกายและใจก็เห็น ซึ่งจะทำให้รู้หรือเห็นความจริงเป็นลำดับ เริ่มจากการเห็นความจริงของรูปนาม กล่าวคือแท้จริงแล้วไม่มี “กู” มีแต่รูปธรรมและนามธรรม ไม่ว่าทำอะไร ก็ล้วนเป็นรูปทำและนามทำ ไม่ใช่ “กู”ทำ เมื่อเดินก็ไม่ใช่ “กู”เดิน แต่เป็นรูปที่เดิน เมื่อมีความคิดเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ “กู”คิด แต่เป็นนามที่คิด ต่อไปก็เห็นอาการของรูปและนาม ความปวดความเมื่อยเป็นแค่อาการของกาย ความโกรธเป็นอาการของใจ ไม่ใช่ตัวกู ไม่ใช่กูปวดกูเมื่อยหรือกูโกรธ เป็นเพราะไม่เห็นความจริงดังกล่าว ผู้คนจึงยึดเอาอาการของรูปและนามมาเป็นกู เกิดทุกข์ตามมา

Thursday Aug 20, 2020
25630820pm--หาบ้านให้ใจ
Thursday Aug 20, 2020
Thursday Aug 20, 2020
20 ส.ค. 63 - หาบ้านให้ใจ : คนที่เพ่ง ทำไปนานๆก็จะเพี้ยน แล้วก็หลายแบบ บางคนปวดหัว บางคนก็แน่นหน้าอก การปฏิบัติตามแบบหลวงพ่อเทียนไม่ได้ทุกข์ทรมานมาก ถ้าเกิดว่ามีความทุกข์ ปวดหัวแน่นหน้าอก แสดงว่า วางใจผิดแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากอาการที่เพ่ง เพ่งเข้าใน อย่างที่หลวงพ่อเทียนบอกว่า ให้เห็นทั้งข้างนอกทั้งข้างใน คือเห็นกายเห็นใจ แต่ขณะเดียวกัน ข้างนอกรู้ด้วย

Thursday Aug 20, 2020
25630819pm--เห็นอย่าเข้าไปเป็น
Thursday Aug 20, 2020
Thursday Aug 20, 2020
19 ส.ค. 63 - เห็นอย่าเข้าไปเป็น : ความทุกข์นี่แหละ ถ้ารู้หรือเห็นมันบ่อยๆ จนกระทั่งรู้จักดี มันจะช่วยให้จิตเกิดปัญญาจนหลุดจากทุกข์ได้ อย่างที่หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณกล่าวว่า “เห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์” พอเห็นมันบ่อย ๆ ก็จะรู้จักธรรมชาติของมันอย่างแจ่มแจ้ง จนกระทั่งรู้ว่าทุกอย่างเป็นทุกข์ ไม่มีอะไรควรยึดมั่นถือมั่นได้เลยสักอย่าง เมื่อรู้เช่นนี้ก็วางทุกสิ่ง เมื่อวางทุกสิ่งก็หมดทุกข์

Tuesday Aug 18, 2020
25630818pm--ยาขมและขนมหวาน
Tuesday Aug 18, 2020
Tuesday Aug 18, 2020
18 ส.ค. 63 - ยาขมและขนมหวาน : พุทธศาสนา จึงมีอยู่ 2 ด้านเสมอ ด้านหนึ่งก็ให้ความหวังผู้คนว่า ถ้าทำบุญกุศลรวมทั้งรักษาศีล ก็จะมีความสุขความเจริญ มีลาภยศสุขสรรเสริญ แต่อีกด้านหนึ่งพุทธศาสนาก็เตือนว่า ลาภยศสุขสรรเสริญก็ไม่เที่ยง ความเจริญมันเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงเหมือนกัน เมื่อมีเจริญก็ต้องมีเสื่อม คนที่มาทำบุญเพื่อหวังกำลังใจว่าจะได้มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ พระท่านก็เตือนว่ามีอายุยืนยาวแค่ไหน ในที่สุดก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย มีพละกำลังแค่ไหน สุดท้ายก็ร่วงโรยเมื่อถึงวัยชรา อันนี้คือความจริงอีกด้านหนึ่งที่พุทธศาสนาได้เตือนได้สอนเรา
ขณะที่ผู้คนมาวัดเพื่อให้พระพรมน้ำมนต์ว่า จะได้โชคได้ลาภมั่งคั่งร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติ แต่อีกด้านหนึ่งพุทธศาสนาก็เตือนว่าสิ่งเหล่านี้แม้จะได้สมหวัง มันก็ไม่เที่ยง และยิ่งกว่านั้นยังเป็นทุกข์ด้วย เงินทองทรัพย์สมบัติพวกนี้มันให้ความสุขแก่เราก็จริง แต่มันก็เจือไปด้วยทุกข์เพราะต้องรักษา ทุกข์เพราะต้องระแวดระวังกลัวคนมาเอาไป แต่ไม่ว่าจะระแวดระวังอย่างไรสุดท้ายก็ต้องเสื่อมสลายหายไป ถ้าไปยึดมั่นถือมั่นกับมันมาก มันก็จะมีแต่ทุกข์อย่างเดียว ถ้าหากว่าความหวังกำลังใจของพุทธศาสนาเปรียบเหมือนกับขนมหวาน การเตือนให้คนเห็นความจริงที่ไม่ค่อยอยากฟังเท่าไรก็คือยาขม

Monday Aug 17, 2020
25630817pm--หมั่นเติมสติให้ใจ
Monday Aug 17, 2020
Monday Aug 17, 2020
17 ส.ค. 63 - หมั่นเติมสติให้ใจ : การเจริญสติก็เหมือนกันคือ ทำบ่อยๆ มันก็ทำให้เกิดความจำ เพราะหน้าที่ของสติคือความจำได้ สติแปลว่าความระลึกได้ สติที่ไวคือความระลึกได้ ที่เรานึกถึงศัพท์ต่างประเทศ นึกถึงคำแปลได้ก็เพราะว่าเราใช้สติในการระลึก หรือดึงเอาความจำ ดึงเอาคำแปลออกมาจากในหัว สติที่ไวก็จะดึงเอาข้อมูลความรู้ออกมาจากหัวได้อย่างรวดเร็ว เราเรียกว่าความระลึกได้

Monday Aug 17, 2020
25630816pm--เลี้ยงชีวิตด้วยการฝึกตน
Monday Aug 17, 2020
Monday Aug 17, 2020
16 ส.ค. 63 - เลี้ยงชีวิตด้วยการฝึกตน : งานหลักของพวกเรา ในที่นี้คือการฝึกตน งานอื่นที่เหลือเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการทำครัว กวาดใบไม้ ทำความสะอาดห้องน้ำ หรือว่างานเกี่ยวกับสื่อต่างๆ ที่จริงงานเหล่านี้จัดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกตนก็ได้ เพราะว่าขณะที่เราทำงานครัว ทำความสะอาด มันก็เป็นการฝึกตนไปด้วยได้ ฝึกตนในที่นี้เริ่มด้วยฝึกกาย ฝึกวาจาด้วยศีล แล้วก็ฝึกจิตฝึกใจด้วยการภาวนา

Monday Aug 17, 2020
25630815am--ฝึกใจให้เห็นความจริง
Monday Aug 17, 2020
Monday Aug 17, 2020
15 ส.ค. 63 - ฝึกใจให้เห็นความจริง : เราจึงควรหมั่นเพียรในการปฏิบัติธรรมให้ได้ทั้งความดี และให้เห็นความจริง อย่าปฏิบัติแต่เพียงแค่ทำความดี ต้องภาวนาจนเห็นความจริงด้วย ถึงจะทำให้อยู่เหนือทุกข์ นี้แหละคือความสุขอย่างยิ่ง ที่เราทุกคนสามารถเข้าถึงได้

Monday Aug 17, 2020
25630814pm--อย่าเชื่อความคิดไปเสียหมด
Monday Aug 17, 2020
Monday Aug 17, 2020
14 ส.ค. 63 (เย็น) - อย่าเชื่อความคิดไปเสียหมด : ธรรมชาติของคนเรานั้นพอเห็นอะไรแล้วจะไม่เห็นแต่สิ่งที่อยู่ข้างหน้าอย่างเดียว แต่ยังคิดถึงเบื้องหลังด้วย หรือชอบคาดการณ์ไปล่วงหน้าด้วย มีคนหนึ่งเล่าว่าเขาอยู่บ้านจัดสรร ต่อมามีเพื่อนบ้านย้ายมาอยู่ติดกัน ผ่านมาได้แค่ ๒ วันก็ปรากฏว่าเกิดพายุพัดกระหน่ำ ทำให้ไฟดับทั้งหมู่บ้าน สักพักเพื่อนบ้านก็มากดกริ่งที่หน้าบ้าน ถามเขาว่ามีไฟฉายไหม ได้ยินเช่นนั้นเขาก็นึกในใจว่า คุณเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วันก็มารบกวนฉันแล้ว ทำไมไม่เตรียมไฟฉายติดบ้านเอาไว้บ้าง จึงตอบอย่างห้วน ๆ ว่า “ไม่มี” เพื่อนบ้านคนนั้นก็เลยหยิบไฟฉายจากกระเป๋ายื่นมาให้ แล้วพูดว่า “งั้นเอาอันนี้ไปใช้ก่อนดีไหมครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์” เห็นเช่นนี้เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที เพราะหลงตำหนิเพื่อนบ้าน แท้จริงแล้วเพื่อนบ้านคนนี้มีน้ำใจ ห่วงใยว่าเขาจะไม่มีไฟฉายใช้ จึงอุตส่าห์ฝ่าฝนเอาไฟฉายมาให้ใช้
เดี๋ยวนี้คนในเมืองคิดแบบนี้กันมาก เวลาใครมาถามแบบนี้ก็คิดว่าเขาจะมาขอ แต่ที่จริงแล้วเขาอาจมีน้ำใจช่วยเหลือก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าด่วนสรุป และถึงแม้ว่าเราจะมีความคิดหรือสรุปล่วงหน้าแล้วก็ให้รู้จักทักท้วงความคิดเหล่านั้นบ้าง อย่าเชื่อความคิดของตัวเองไปเสียหมด ให้ตระหนักว่ามันเป็นแค่ความคิด ไม่ใช่ความจริง ความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ ถ้าเราเผื่อใจ หรือทักท้วงความคิดของตัวเองบ้าง ก็จะช่วยให้เราไม่เผลอทำอะไรผิดพลาด จนเกิดความเสียหายขึ้นมา นอกจากจะช่วยไม่ให้เราสร้างความทุกข์หรือความขัดแย้งให้กับคนอื่นแล้ว ก็ยังป้องกันไม่ให้เราเกิดความเดือดเนื้อร้อนใจในภายหลัง
