
Episodes

Monday Aug 21, 2023
25660707pm--ปล่อยวางได้ ใจเป็นสุข
Monday Aug 21, 2023
Monday Aug 21, 2023
7 ก.ค. 66 - ปล่อยวางได้ ใจเป็นสุข

Sunday Aug 20, 2023
25660706pm--อย่าให้ความคิดลบครอบงำใจ
Sunday Aug 20, 2023
Sunday Aug 20, 2023
6 ก.ค. 66 - อย่าให้ความคิดลบครอบงำใจ : นิสัยจำนวนไม่น้อยมีอำนาจครองใจเราได้ จนเราไม่สามารถจะกระดิกกระเดี้ยไปได้เลย เพราะว่าเราคอยให้อาหารมัน คล้อยตามมันตลอดเวลา แต่ถ้าเรารู้จักแข็งขืนมันบ้าง มันชอบเป็นห่วงคนนั้นคนนี้ก็ลองไว้วางใจเขาบ้าง ไม่ต้องไปโทรศัพท์ไถ่ถามเขาทุกวันทุกคืน ฝึกไว้วางใจเขา ต่อไปนิสัยขี้เป็นห่วงก็จะลดลง
บางคนมีนิสัยชอบโกรธ ก็ต้องฝึกมีเมตตากับเขาบ้าง แผ่เมตตาให้เขาบ่อยๆ หรือมองเขาในทางบวกบ้าง เพราะไม่งั้นความโกรธนี้มันจะครองใจเราจนอาจจะถึงวันตายเลย โกรธกราดเกรี้ยวกับทุกอย่างทุกสิ่ง แม้กระทั่งในยามที่ตัวเองย่ำแย่ โกรธใครไม่ได้ก็โกรธตัวเอง โกรธชะตากรรม หาเรื่องโกรธ หาเหยื่อที่โกรธไปเรื่อยๆ ต้องรู้จักเปลี่ยนนิสัย ดัดนิสัย ให้มามีความเมตตาเผื่อแผ่มีน้ำใจบ้าง

Saturday Aug 19, 2023
25660705pm--ชีวิตสมบูรณ์แบบ
Saturday Aug 19, 2023
Saturday Aug 19, 2023
5 ก.ค. 66 - ชีวิตสมบูรณ์แบบ : ถ้ามองให้ดี ชีวิตสมบูรณ์แบบที่ท่านอาจารย์พุทธทาสแยกเป็น 4 ระยะ จริงๆ มันไม่ใช่ 4 ระยะเท่านั้น มันเป็นกิจกรรม 4 ประเภทที่คนเราควรจะมี เป็นกิจกรรม 4 ประเภทที่คนเราควรจะทำ เพียงแต่ว่าอาจจะเน้นหนักแตกต่างกันในแต่ละวัย แต่ก็ไม่ควรจะทำแต่งานใดงานหนึ่งแล้วก็ทิ้งงานอื่น เพราะว่าแต่ละงานก็สำคัญ ถ้าทำให้ครบถ้วน ก็จะได้เข้าถึงชีวิตที่ดีงามคือสงบเย็นและเป็นประโยชน์ ถึงพร้อมทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน
ที่จริงสงบเย็นและเป็นประโยชน์ เป็นหัวใจของชีวิตที่ดีงามในพุทธศาสนาเลยทีเดียว มันสะท้อนให้เห็นจากพุทธคุณ พุทธคุณจะมี 2 อย่างที่สำคัญคือ ปัญญาและกรุณา ปัญญาคือการเข้าถึงความจริงอย่างลึกซึ้ง ถ้าเข้าถึงอย่างแจ่มแจ้ง ก็จะพบว่ามันไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นได้ แล้วเมื่อจิตปล่อยวางสิ่งทั้งปวง สิ่งที่เกิดขึ้นคือความสงบ สงบชนิดที่ว่าพ้นจากกิเลสเลยทีเดียว อันนั้นคือนิพพาน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า สุขอื่นเหนือความสงบไม่มี แล้วความสงบที่ว่าคือนิพพานนั่นเอง
เพราะฉะนั้นปัญญาทำให้เข้าถึงความสงบเย็น พอความสงบเย็นเกิดขึ้นเพราะไม่มีกิเลส ก็หมายถึงความเห็นแก่ตัวไม่หลงเหลือ ไม่มีความยึดถือในตัวตน ก็เกิดกรุณา กรุณาเป็นแรงผลักดันให้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น
เพราะฉะนั้นถ้าเราพิจารณาดูดีๆ ปัญญาคุณและกรุณาคุณของพระพุทธเจ้า มันก็คือสงบเย็นและเป็นประโยชน์นั่นเอง เพราะฉะนั้นชีวิตที่ดีงามในทัศนะชาวพุทธ มันก็ต้องพยายามเข้าถึงความสงบเย็นด้วยปัญญาแล้วบำเพ็ญประโยชน์ด้วยกรุณาอย่างเต็มที่ แล้วถ้าหากว่าสามารถจะดำเนินชีวิตหรือกิจกรรม 4 ประเภทอย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสใช้คำว่า ชีวิตศึกษา ชีวิตครองเรือน ชีวิตสงบพักผ่อน ชีวิตแจกธรรมะ ถ้าทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็เข้าถึงทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน เข้าถึงความสงบเย็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่เข้าใจง่าย ไม่ได้ยากอะไรเลย ความคิดของท่านอาจารย์พุทธทาส คำสอนบางอย่างก็ลึกซึ้งเข้าใจยาก แต่คำสอนบางอย่างก็เข้าใจง่ายแต่ว่าปฏิบัติได้ แล้วก็เข้าถึงแก่นแท้ของพุทธธรรมได้ด้วย

Friday Aug 18, 2023
25660704pm--เวลาใดเหมาะกับการปฎิบัติธรรม
Friday Aug 18, 2023
Friday Aug 18, 2023
4 ก.ค. 66 - เวลาใดเหมาะกับการปฎิบัติธรรม : ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ ตราบใดที่ยังทำกิจต่างๆ นั่นแหละคือเวลาสำหรับการปฏิบัติ เวลาสำหรับการเจริญสติ เวลาสำหรับการทำความรู้สึกตัว ทำอะไรก็รู้ว่าทำ เมื่อทำด้วยกายก็รู้สึกหรือเห็นกายเคลื่อนไหว เมื่อเจออะไร มีการกระทบเกิดขึ้น ก็เห็นความคิดนึกที่มันเกิดขึ้นหรือมันปรุงแต่งขึ้นมา แล้วควรถือว่าสิ่งที่มากระทบมันคือแบบฝึกหัดอย่างดี มันไม่ใช่เป็นโอกาสของการเอาธรรมะมาใช้เท่านั้น แต่มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการฝึกให้มีธรรมะ ฝึกให้มีสติ หรือฝึกจิต
มันจะไม่มีการบ่น ไม่มีการโวยวายตีโพยตีพายว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำไมเขาทำกับเราแบบนี้ มันจะไม่มีการบ่นแบบนี้ แต่ว่าจะมีการพร้อม พร้อมที่จะเอาธรรมะมาใช้โดยเฉพาะสติ มารู้ทันความคิด มารู้ทันอารมณ์ ยิ่งมีการกระทบเท่าไหร่ จะไม่มัวแต่ส่งจิตออกนอก หรือว่าปล่อยให้ความโกรธแค้น ความโศกเศร้ามันครอบงำใจ แต่กลับมาดูอารมณ์เหล่านั้นที่มันเกิดขึ้น ไม่ปล่อยให้มันครองใจ
เพราะฉะนั้นถ้าเราตระหนักว่าทุกเวลาที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรมคือทุกวัน ทุกนาที เราก็จะไม่มีวินาทีหรือเวลาที่สูญเปล่า แต่ละนาทีจะมีค่า เป็นทั้งช่วงเวลาของการฝึกสติ ฝึกจิต เพื่อให้เกิดความพร้อมในการรับมือกับความทุกข์ และความผันผวนปรวนแปรที่จะเกิดขึ้น ถึงเวลาก็จะไม่มัวแต่จมอยู่ในอารมณ์โศกเศร้า โกรธ โมโห แต่จะเกิดความรู้สึกตัว และเอาธรรมะ เอาสติ เอาปัญญามาใช้อย่างทันท่วงทีและถึงพร้อม

Thursday Aug 17, 2023
25660703pm--ทุกข์หลุดเพราะวาง
Thursday Aug 17, 2023
Thursday Aug 17, 2023
3 ก.ค. 66 - ทุกข์หลุดเพราะวาง : การเจริญสตินี่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าทำอะไรก็เจริญสติได้ แล้วเวลาเราเจออะไรมากระทบมีอารมณ์เกิดขึ้น มันก็ฝึกสติให้รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทบนั้น ตลอดทั้งวัน เราเจอสิ่งกระทบเยอะแยะ มีอารมณ์เกิดขึ้นมากมาย บางทียินดียินร้าย บางทีใจฟูใจแฟบ พวกนี้เป็นแบบฝึกหัดการเจริญสติได้ทั้งนั้น ทำอะไรใจก็รู้ รู้กาย เจออะไรก็รู้ว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น ใจฟูใจแฟบ ใจแกว่งไปแกว่งมาก็รู้ แค่นั้นเอง
การรู้อย่างนี้ทำมากเข้า มากเข้า จะทำให้เกิดพลังในการปล่อยการวาง วางอะไร วางความคิดที่ทำให้ทุกข์ วางอารมณ์ที่ทำให้ทุกข์ ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย จะปล่อยได้ไม่ใช่เกิดจากความอยากจะปล่อย มันต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือนั่นคือสติ ความรู้สึกตัวเป็นเบื้องต้น ทำได้ชีวิตประจำวัน
แต่อย่าใจร้อน ต้องให้เวลากับมันเหมือนกับที่เราให้เวลากับอะไรต่ออะไรมากมาย รวมทั้งเวลาในการดูหนังฟังเพลง เวลาในการเที่ยว เราให้เวลากับสิ่งพวกนี้ไม่อั้น แต่เวลาที่จะช่วยทำให้เราหลุดจากทุกข์จริงๆ กลับไม่ยอมให้เวลากับมันเท่าที่ควร เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เลยต้องจมอยู่กับความทุกข์เรื่อยไป จนกว่าความทุกข์มันจะสอนว่า มีแต่ฝึกจิตเท่านั้นแหละที่จะทำให้ใจหลุดจากทุกข์ได้

Wednesday Aug 16, 2023
25660702pm--สวดมนต์ให้ได้ธรรม
Wednesday Aug 16, 2023
Wednesday Aug 16, 2023
2 ก.ค. 66 - สวดมนต์ให้ได้ธรรม : จะเห็นได้ว่า การสวด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความหมาย แล้วก็วางใจให้ถูก อย่าทำตามรูปแบบ คนเดี๋ยวนี้ เวลาปฏิบัติไปเน้นที่รูปแบบมากกว่าตัวเนื้อหาสาระ และไม่ใช่เฉพาะเรื่องการสวดมนต์นะ แม้แต่เรื่องการปฏิบัติธรรม คนจำนวนมากก็ไปเน้นที่รูปแบบ เช่นเวลาพูดถึงการนั่งสมาธิหรือการฝึกสติ ก็นึกถึงการหลับตาตามลมหายใจ การนั่งนิ่งๆ ก็คิดได้เพียงเท่านี้
หรือถ้ามาพูดถึงการเจริญสติ หลายคนก็นึกถึงการสร้างจังหวะ เดินจงกรม แล้วเวลาจะเจริญสติก็นึกถึงแต่เรื่องการยกมือสร้างจังหวะ ทั้งๆ ที่การยกมือสร้างจังหวะนี้มันก็เป็นแค่รูปแบบ ถ้าจับเนื้อหาสาระได้หรือวางใจถูก ไม่ต้องยกมือก็ได้ คลึงนิ้ว พลิกมือไปพลิกมือมา หรือแม้กระทั่งเวลาทำกิจต่างๆ ที่มีการใช้มือ มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว ซักผ้า ทำครัว หั่นผัก ก็เป็นการปฏิบัติได้
หลายๆ คนไม่เข้าใจ เวลาจะเจริญสติ เอะอะอะไรก็จะยกมืออย่างเดียว ซึ่งบางทีทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่นอยู่บนรถเมล์ก็ยกมือสร้างจังหวะ เพราะคิดว่าคือการเจริญสติ ความตั้งใจก็ดีนะ คืออยากจะเจริญสติในขณะที่อยู่บนรถเมล์ ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าหรือปล่อยใจให้ลอย แต่ไม่เข้าใจว่ามันไม่ต้องยกมือก็ได้ แค่ขยับนิ้ว คลึงนิ้ว ก็สามารถจะเป็นอุบายในการเจริญสติได้ หรือตามลมหายใจแบบรู้สึกตัวเบาๆ
พอเราไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็เลยกลายเป็นการปฏิบัติแบบสีลัพพตปรามาส คือว่าการยึดติดในรูปแบบ พิธีกรรมหรือกรรมวิธี ซึ่งรวมไปถึงศีลด้วยนะ โดยที่ไม่เข้าใจความหมาย เช่นเวลาจะสมาทานศีล ก็มีความเข้าใจจะต้องมีพระมาให้ศีล จะต้องมีการประกอบพิธีกรรมในวัด ถึงจะเรียกว่าเป็นการสมาทานศีลได้
ถ้าไม่มีพระให้ศีลหรืออยู่ที่บ้าน ทำไม่ได้ ยิ่งไม่ใช่เลย
อย่างเรื่องการอุทิศบุญกุศลให้กับผู้ล่วงลับ หลายคนเข้าใจว่าต้องมีการกรวดน้ำ ต้องมีที่หยาดน้ำ ต้องมีพระมาสวด และต้องมีสวดบท ยะถา สัพพี ฯลฯ สวดบทอื่นไม่ได้ หรือถ้าไม่มีพระสวด ก็อุทิศบุญกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไม่ได้ อันนี้ไม่เข้าใจ เรียกว่าเป็นเพราะติดในรูปแบบ ไม่เข้าใจความหมาย เป็นสีลัพพัตปรามาสแบบหยาบๆ ซึ่งตรงข้ามกับการปฏิบัติให้ถูกต้อง การปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักการหรือตามวัตถุประสงค์ ท่านเรียกว่า ธัมมานุธัมมปฏิบัติ คือการปฏิบัติอย่างถูกธรรม บางทีก็แปลว่า ธรรมน้อยคล้อยธรรมใหญ่ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือปฏิบัติให้ถูกหลัก ถูกต้องตามวัตถุประสงค์
เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจการปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกสติ เราก็จะรู้ว่าการสวดมนต์ไม่ใช่เป็นสิ่งจำเป็น แต่มันช่วย ดังนั้นเวลาจะให้ลูกหลานมาสนใจธรรมะ ไม่ใช่ว่าจะต้องให้เขามาสวดมนต์หรือนั่งหลับตาทำสมาธิ ให้เขาฝึกสติจากการดำเนินชีวิตประจำวันก็ได้ ถ้าหากวางจิตวางใจเป็น ทำอะไรก็เป็นการเจริญสติ ปฏิบัติธรรมอย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ก็ต้องเข้าใจให้ถูกด้วย

Tuesday Aug 15, 2023
25660701pm--ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังบวก
Tuesday Aug 15, 2023
Tuesday Aug 15, 2023
1 ก.ค. 66 - ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังบวก : ใช้ความรักความเมตตาเป็นแรงผลัก ก็นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีงามโดยที่สูญเสียเลือดเนื้อน้อย อย่างเนลสัน แมนเดลา ก็ใช้ความรักความเมตตาที่ทำให้แอฟริกาใต้มีการรังเกียจเหยียดผิวน้อยลง มีการเคารพศักดิ์ศรีของคนสีผิวได้มากขึ้น รวมทั้งมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ซึ่งใช้ความรักในการทำให้การเหยียดผิวลดน้อยลง ถ้าเราใช้ความรักความเมตตา หรือว่าความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์เป็นแรงผลัก ก็จะทำให้เกิดสิ่งดีๆ ได้มาก
นอกจากนั้นสติก็สำคัญ สติก็เป็นแรงผลักได้ เวลาเราเกียจคร้าน ไม่อยากจะทำอะไร สติก็สามารถจะขับเคลื่อนให้เราเกิดความขยันขันแข็งขึ้นมา มันเป็นแรงผลักที่ดีกว่าความโกรธ หลายคนพอมีความโกรธเป็นแรงผลัก บางทีห้ามใจตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพราะว่าความโกรธครองใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดและการกระทำที่นำไปสู่ความรุนแรง ถ้าเราใช้ความโกรธเป็นแรงผลัก ถึงจุดหนึ่งเราก็ไม่สามารถคุมตัวเองได้
แต่ถ้าเราใช้สติเป็นแรงผลัก อันนี้เป็นสิ่งที่ปลอดภัยกว่า และยังสามารถจะทัดทานไม่ให้ความโกรธมาครองใจเราได้ คนเราเวลาโกรธแล้ว มันอยากจะทำอะไรหลายอย่างที่เป็นผลร้ายกับตัวเอง แต่พอได้สติขึ้นมามันหยุดเลย สติเป็นทั้งแรงผลักที่ไว้ใจได้ และเป็นแรงเบรกที่ช่วยทำให้แรงผลักที่เป็นลบที่เป็นโทษ ไม่สามารถจะครอบงำจิตใจเราได้
เพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามสร้างกุศลธรรมมาเป็นแรงผลักในการทำสิ่งดีๆ จะเกิดผลที่ดีงามและปลอดภัยกว่า และจะช่วยทำให้เราสามารถจะเปิดรับสิ่งที่เป็นแรงดึงดูดให้เราทำสิ่งที่ดีงามได้

Monday Aug 14, 2023
25660627pm--เป็นสุขในยามแก่ชรา
Monday Aug 14, 2023
Monday Aug 14, 2023
27 มิ.ย. 66 - เป็นสุขในยามแก่ชรา

Sunday Aug 13, 2023
25660626pm--ฟังให้ได้ธรรม
Sunday Aug 13, 2023
Sunday Aug 13, 2023
26 มิ.ย. 66 - ฟังให้ได้ธรรม : เวลามีคำพูดอะไรที่กระทบใจให้เกิดความไม่พอใจ หรือเกิดความสงสัย พอมันเกิดความสงสัย ใจมันก็จะวนอยู่ตรงนั้นแหละ มันไม่ไปไหน หรือบางทีคำพูดบางอย่าง คำพูดบางประโยค มันทำให้ไปนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมา ใจเราก็จะไปวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เหล่านั้น จนกระทั่งไม่รู้ว่า ผู้พูดพูดไปถึงไหนแล้ว ตรงนี้เราก็ฝึกให้มีสติรู้ทัน รู้ทันใจที่มันกำลังวนเวียนอยู่กับข้อความที่เป็นอดีตไปแล้ว ให้หลุดจากอดีตกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

Saturday Aug 12, 2023
25660625pm--รู้ทันความคิดที่ไม่ได้รับเชิญ
Saturday Aug 12, 2023
Saturday Aug 12, 2023
25 มิ.ย. 66 - รู้ทันความคิดที่ไม่ได้รับเชิญ : ความคิดถ้าเกิดขึ้นแล้วเรารู้ทัน มันทำอะไรเราไม่ได้ แถมเราได้ประโยชน์จากมันด้วย ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีความคิดแบบนี้อยู่ เรายังมีมุมมองแบบนี้อยู่ ก็ทำให้เราระมัดระวัง เพราะแม้เราจะปฏิบัติตนดีอย่างไร บางทีมันมีความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น ความอิจฉา ความคิดร้ายต่อเพื่อน บางทีมันมีความคิดตำหนิพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลายคนไม่รู้ เพราะไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้เท่าทัน ทั้งที่มันมี แต่ไม่รู้ ไม่เห็น
