

1.7M
Downloads
1480
Episodes
เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com
Episodes

Aug 6, 2023
Aug 6, 2023
24 min
19 มิ.ย. 66 - เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นรู้ : การรู้จักเปลี่ยนสิ่งกระทบ ไม่ว่าเกิดขึ้นที่กายหรือที่ใจ ให้เป็นตัวรู้นี่สำคัญมาก แล้วเราทุกคนก็ต้องหมั่นเป็นนักศึกษา เอาสติเป็นนักศึกษา เอากายและใจเป็นตำรา และต่อไปไม่ใช่กายและใจอย่างเดียว โลกภายนอกด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส พวกนี้ก็เป็นตำราได้
มันสอนให้เห็นว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนเลย กายกับใจก็ไม่แน่นอน เหตุการณ์ภายนอกก็ไม่แน่นอน มีขึ้นมีลง มีได้มีเสีย เป็นความรู้ เป็นของดีทั้งนั้นเลย มันจะไม่มีคำว่าถูก มีแต่ว่าได้กำไร ไม่มีคำว่าขาดทุน เพราะว่ารู้จักเปลี่ยน ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับกายและใจ ตลอดจนรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เปลี่ยนให้เป็นรู้ให้หมด มันก็จะกลายเป็นของดี มีประโยชน์

Aug 5, 2023
Aug 5, 2023
27 min
18 มิ.ย. 66 - จะปล่อยวางหรือปล่อยใจ : บางคนไม่ต้องรอจนแก่เพราะโดนอารมณ์ครอบงำ เช่นความซึมเศร้า พอปล่อยใจไปตามความซึมความเศร้าอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งมันมีอำนาจมีกำลัง ถึงตอนนั้นแม้จะรู้ว่าปล่อยวางมันดี แต่ปล่อยไม่ได้ คนที่ชอบสะสมทรัพย์ เก็บข้าวเก็บของ บางทีก็รู้ว่ามันน่าจะปล่อย แต่ปล่อยไม่ได้ คนที่เจ้าอารมณ์ รู้นะว่าโกรธไม่ดี เพราะว่ามันร้อนรุ่มใจเหลือเกิน แต่ว่ามันปล่อยไม่ได้ อันนี้เพราะอะไร เพราะไม่รู้จักปล่อยวาง แต่ว่าเอาแต่ใจไปตามอารมณ์ แล้วคนเดี๋ยวนี้ก็ไม่คิด ไม่นึกเลยที่จะเรียนรู้การปล่อยการวางเพราะว่าปล่อยใจไปตามอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเวลาถูกยั่วยุหรือว่ามีสิ่งเย้ายวน
อันนี้คือสิ่งที่เราต้องตระหนัก ถ้าเราไม่ฝึกปล่อยวางอยู่เรื่อยๆ ปล่อยวางความคิด ปล่อยวางอารมณ์ด้วยการมีสติรู้ทัน ด้วยการมีความรู้สึกตัว ฝึกทักษะในการรู้ซื่อๆ มันก็จะลงเอยด้วยการปล่อยใจไปตามอารมณ์ แล้วสุดท้ายอารมณ์ก็เข้ามาครอบงำ จนกระทั่งมันกลายเป็นนายเหนือเรา แล้วก็ไม่เป็นผู้เป็นคนต่อไป
โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาที่แก่ตัว หรือเวลาที่สติอ่อน เพราะว่าความเจ็บความป่วยหรือเวลามีความสูญเสียเกิดขึ้น มีอะไรมากระทบเกิดขึ้น สติอ่อนเมื่อไหร่ อารมณ์พวกนี้ก็เข้ามาครองใจ ยิ่งถ้าไม่คิดจะฝึกสติเลย มันก็ไม่มีแรงต้านทาน เหล่านี้คือสิ่งที่เราเห็นจากผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำ การกำกับของอารมณ์ต่างๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เวลาเจอทุกข์ ก็ถอนใจจากความทุกข์นั้นไม่ได้

Aug 4, 2023

Aug 3, 2023
Aug 3, 2023
27 min
10 มิ.ย. 66 - ยามสุขคือเวลาเหมาะสำหรับการฝึกตน : เวลาเจออะไรที่ไม่ถูกใจ ก็ถือว่าเป็นบทเรียนในการฝึกตน เช่น เจอรถติด แทนที่จะบ่นโวยวาย ก็เอามาเป็นแบบฝึกหัดในการฝึกจิตไม่ให้ตก ทำอย่างไรรถติด จิตไม่ตก เวลาเพื่อนเขานินทา หรือว่าวิจารณ์เรา ทำยังไงใจถึงจะไม่ทุกข์ นัดเพื่อนมาแล้วเพื่อนไม่มาตามนัด ทำยังไงใจจะไม่วิตกกังวล ไม่ร้อนรุ่ม
มันไม่ใช่ฝึกเฉพาะมาปฏิบัติธรรมในวัด ในคอร์สต่างๆ เท่านั้น ถึงแม้เพียงนั้นหลายคนก็ไม่ได้เห็นความสำคัญ หรือแม้จะเห็นความสำคัญ เท่านั้นยังไม่พอนะ มันต้องฝึกจากชีวิตประจำวัน ฝึกจากความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แม้จะเป็นความทุกข์เล็กๆ น้อยๆ แต่เราก็รู้จักรักษาใจ ไม่ให้จิตใจกราดเกรี้ยว โกรธ โมโห หงุดหงิด
คนส่วนใหญ่ไม่เห็นอย่างนั้น กลับไปมองว่า ในเมื่อชีวิตฉันยังสุขสบาย ยังหนุ่มยังสาว มีเงินมีทอง ก็ปรนเปรอตนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก หรือสิ่งเสพมากมาย เห็นคนอื่นเขาปฏิบัติธรรมก็กลับบอกว่าจะปฏิบัติทำไม ฉันยังไม่ทุกข์อะไรเลย อันนี้เป็นนิสัยของคนประมาท ที่จริงแล้วยิ่งสุขสบายเท่าไร ตอนนี้ยิ่งเป็นโอกาสดี โอกาสเหมาะสำหรับการฝึกตน เพื่อให้พร้อมสำหรับความทุกข์ที่จะต้องเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

Aug 2, 2023
Aug 2, 2023
26 min
9 มิ.ย. 66 - เป็นอิสระได้เมื่อวางใจเป็นกลาง : ถ้าเราไม่มีอุเบกขาต่อสิ่งที่มากระทบ สิ่งที่กระทบมันจะกลายเป็นสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นทันทีเลย ที่กระตุ้นให้ทุกข์ ให้โกรธ ให้รำคาญ ให้หงุดหงิด ให้โวยวายตีโพยตีพาย หรือลงไม้ลงมือ แต่ถ้าเรามีอุเบกขา ด้วยอำนาจของสติ สิ่งที่กระทบมันจะไม่ใช่สิ่งเร้าแล้ว มันจะเป็นสิ่งที่ถูกรู้ถูกเห็นเฉยๆ แค่นั้นแหละ ถูกรู้ถูกเห็น แต่ว่าไม่สามารถที่จะทำให้เราทุกข์ หรือว่าบังคับให้เราทำโน่นทำนี่ ตีโพยตีพาย หรือผลักไสให้เราไปทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
เราสามารถจะเป็นอิสระจากสิ่งที่มากระทบได้ ถ้าเรารู้จักวางใจเป็นกลางต่อสิ่งต่างๆ เริ่มตั้งแต่ความคิดและอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น เริ่มที่ตรงนี้คืออารมณ์ภายใน หรืออายตนะที่ชื่อว่าธรรมารมณ์ ต่อไปรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่มากระทบ เราก็วางใจเป็นกลางกับมันได้ แล้วก็เป็นอิสระจากมันได้ในที่สุด

Aug 1, 2023
Aug 1, 2023
25 min
8 มิ.ย. 66 - พ่อแม่ทุกข์เพราะไม่เข้าใจลูก : อันนี้ก็เป็นปัญหาที่คนที่เป็นพ่อเป็นแม่ต้องเข้าใจ ว่าอาจเป็นเพราะเราไปยึดติดถือมั่นกับความคาดหวังของตัวเองเกินไปไหม หรือว่าเชื่อมั่นในความถูกต้องของตัวเองหรือเปล่า ความยึดติดถือมั่นแม้จะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ดี ก็ก่อให้เกิดโทษได้ อย่างที่หลวงพ่อเฟื่องท่านบอก ความเห็นของเราแม้จะถูก แต่ถ้ายึดเข้าไว้มันก็ผิด ความเห็นพ่อแม่อาจจะถูก แต่พอยึดมั่นถือมั่นมากก็อาจจะผิด เพราะมันนำไปสู่การกระทำที่สร้างปัญหาให้กับลูก สร้างกับปัญหาให้กับวัยรุ่น
เรื่องนี้น่าเสียดายที่พ่อแม่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ก็ยังไปโทษเด็ก คิดแต่จะไปแก้ไขเด็ก ไม่ค่อยได้หันกลับมาดูตัวเองว่าเป็นเพราะเราไปยึดมั่นถือมั่นกับความคิดของตัวเองเกินไปไหม รวมทั้งไปยึดติดกับภาพอดีตของลูก ว่าลูกจะต้องน่ารักแบบโน้นแบบนี้ ไม่ใช่เกกมะเหรกเกรเรเหมือนกับทุกวันนี้ ซึ่งมันก็เป็นการตีความของเราเอง เพราะว่าสิ่งที่ดีของพ่อแม่ อาจจะไม่ดีในสายตาของลูกก็ได้ หรือสิ่งที่ไม่ดีในสายตาของแม่พ่อ อาจจะเป็นสิ่งที่ดีในสายตาของลูกก็ได้
บางคนคิดว่าลูกไม่เป็นคนดีเลย ซึ่งอาจจะไม่ดีแบบของเรา แต่อาจจะดีแบบของเขาก็ได้ เรื่องนี้มันเป็นช่องว่างที่ยากจะเชื่อมให้มันเข้ากันได้ ถ้าเกิดว่าไม่มีการฟังกัน เรียนรู้ หรือเข้าใจกันให้มากขึ้น

Jul 31, 2023
Jul 31, 2023
25 min
7 มิ.ย. 66 - เปลี่ยนสิ่งเร้าให้เป็นสิ่งถูกรู้ : ถ้าเราปล่อยให้สิ่งกระทบกลายเป็นสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้น เราแย่นะ เราก็ถูกมันบงการ ไม่ว่าจะกระตุ้นให้อยากมี อยากได้ หรือกระตุ้นให้เกลียด อยากผลักไส อยากทำลาย คนเราเป็นทุกข์ก็เพราะการที่ปล่อยให้สิ่งต่างๆ มันเป็นสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้น จนมันมีอำนาจเหนือเรา
เราต้องรู้จักเปลี่ยนสิ่งเร้าสิ่งกระตุ้นให้กลายเป็นสิ่งที่ถูกรู้ถูกเห็น แล้วมันจะทำให้เราไม่ตกเป็นทาสของสิ่งภายนอกหรือสิ่งกระทบอีกต่อไป แถมได้ประโยชน์ด้วย อะไรเกิดขึ้นกับกายและใจ ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งนั้น ถ้ามันกลายเป็นสิ่งถูกรู้ถูกเห็นไป เพราะมันสามารถจะแสดงสัจธรรมให้เราเห็นได้ และสัจธรรมเหล่านี้ก็ทำให้ใจเราสามารถจะเป็นอิสระจากสิ่งแวดล้อม หรือเป็นอิสระจากความทุกข์ได้
ฉะนั้น ฝึกเอาไว้ ฝึกรับรู้สิ่งต่างๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง หรือถึงแม้ว่าจะเผลอปรุง เผลอแต่ง เผลอตัดสินให้ค่ามัน ก็รู้ มีอคติเกิดขึ้นไม่ว่าฉันทาคติ หรือโทสะคติ ก็รู้ทัน มีความโกรธเกิดขึ้น ก็รู้ทัน ถึงแม้ว่าจะห้ามใจไม่ให้ปรุงเป็นความโกรธ ปุถุชนก็ต้องมีความโกรธเกิดขึ้น แต่ว่ามันจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่มาบงการใจเราอีกต่อไป ถ้ามันกลายเป็นสิ่งที่ถูกรู้ถูกเห็น มันก็จะหมดพิษสงลง แล้วก็จะกลายเป็นประโยชน์กับเรา

Jul 30, 2023
Jul 30, 2023
21 min
5 มิ.ย. 66 - ดีที่รู้ว่าหลง : ฉะนั้นคนที่รู้สึกว่าฟุ้งเยอะ ที่จริงมันดีนะ ดีประการแรกคือดีที่รู้ว่าฟุ้ง แล้วการที่จะรู้ว่าฟุ้งได้ แสดงว่าจิตมันกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว หรือหลุดจากความฟุ้ง ถ้ามันไม่หลุดจากความฟุ้ง มันไม่รู้ตัวหรอกว่าฟุ้ง ถ้ามันไม่หลุดจากความหลง มันไม่รู้หรอกว่าเมื่อกี้นี้หลง แล้วการที่หลุดจากความหลง กลับมารู้ตัว ก็ถือว่าดี นี่ดีอย่างที่สองนะ
ดีอย่างแรกคือดีที่รู้ว่าหลง ดีที่สองคือดีที่กลับมา กลับมาเร็วกลับมาไว ดีที่สามคือว่า ยอมรับความหลง ยอมรับความฟุ้ง อันนี้ยากหน่อย เพราะว่านักปฏิบัติ พอมันหลง พอมันฟุ้ง จะทนไม่ค่อยได้ จะไม่ชอบ จะพยายามบังคับจิตไม่ให้หลง บังคับจิตไม่ให้ฟุ้ง คือพยายามห้ามความคิด หรือพอมันเผลอ พอมันเกิดหลงขึ้นมา ก็พยายามไปกดข่มอารมณ์ที่ทำให้หลง ความคิดที่ทำให้หลงก็ไปกดข่มมันเอาไว้ หรือมิฉะนั้นก็เกิดอาการหงุดหงิด ไม่พอใจ ซึ่งก็เป็นตัวหลงอีกตัวหนึ่ง
ถ้าเราสามารถที่จะทำใจยอมรับความหลงได้ ยอมรับอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ยอมรับคือไม่บ่น ไม่โวยวาย รับรู้มันด้วยใจที่เป็นกลาง อันนี้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ แต่ทำยาก เพราะว่านักปฏิบัติจะมีความคาดหวังว่ามันต้องไม่ฟุ้ง มันต้องไม่หลง แล้วก็พยายามบังคับจิตไม่ให้หลงไม่ให้ฟุ้ง แต่ว่ายิ่งทำก็ยิ่งแย่ ยิ่งทำก็ยิ่งเครียด เพราะใจมันไม่ยอมอยู่ในอำนาจของเรา ต้องยอมที่ใจมันจะเผลอ ยอมที่ใจมันจะหลง เพราะมันเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ
หน้าที่ของเราคือว่าได้ดูมัน เห็นมันด้วยใจที่เป็นกลาง อันนี้แหละคือความหมายหนึ่งของคำว่า รู้ซื่อๆ รู้ซื่อๆ ก็คือว่า รู้ด้วยใจที่เป็นกลาง แต่นักปฏิบัติจะไม่ค่อยยอมให้ความหลงมันเกิดขึ้น จึงพยายามไปดักจ้องไม่ให้เผลอ หรือบังคับจิตไม่ให้คิด แต่ถ้าเราฝึกยอมรับความหลง อนุญาตให้มันคิดได้ ไม่ห้ามคิด ก็ถือว่าการปฏิบัติมีความก้าวหน้ามากขึ้น ก็ลองฝึกนะ ฟุ้ง หลง ถ้ารู้ว่าฟุ้งหลง ถือว่าดี หลงแล้วกลับมารู้เนื้อรู้ตัว ก็ดี แล้วก็ยอมให้มันหลงได้ ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

Jul 29, 2023
Jul 29, 2023
26 min
4 มิ.ย. 66 - รู้แล้วทำก่อนสาย : แต่คนที่เขากำลังใจที่เข้มแข็ง ซึ่งความหมายนี้คือสมาธิ มันก็จะลงมือทำเลย พอรู้ว่าการออกกำลังกายดี ก็จะทำเลย ไม่มีการอิดออด คนเราจำเป็นมากที่จะต้องฝึกจิตให้เข้มแข็ง ให้มีกำลัง ชนิดที่พร้อมจะหนุนความรู้ที่มี รู้ว่าอะไรดี ทำเลย รู้ว่าอะไรไม่ดี ไม่ทำ อันนี้ต้องอาศัยใจที่มั่นคงเข้มแข็ง ไม่อย่างนั้นมันก็จะเกิดสิ่งที่เราอาจจะเคยได้ยิน ดีชั่วรู้หมด แต่อดใจไม่ได้ รู้ว่ากิ๊กไม่ดี มีเมียน้อยไม่ดี มีชู้ไม่ดี แต่ก็อดใจไม่ได้ มันหักห้ามใจไม่ได้ รู้ว่าทุจริตไม่ดี แต่มันหักห้ามใจไม่ได้ มันก็เผลอทำ เรียกว่าจิตใจอ่อนแอ
ในทำนองเดียวกัน รู้ว่าอะไรดีแต่ไม่ทำ เพราะจิตใจอ่อนแอ และการที่คนเราจะมีใจเข้มแข็ง ส่วนหนึ่งจะต้องมีสติ มีความรู้สึกตัว เพราะถ้าไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกตัว กิเลสก็เอาไปกินหมด ถ้าไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกตัว สิ่งดีๆ ที่อยากทำก็ทำไม่ได้ เพราะว่ามันยังเพลินอยู่กับความสุขสนุกสนาน ยังติดโทรศัพท์มือถือ ยังติดเกมออนไลน์ ก็เลยไม่สามารถที่จะเอาใจใส่ในการเรียนได้ นี่คือปัญหาของเด็ก
ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ไม่มีสติ ไม่มีความรู้สึกตัว มันก็พ่ายแพ้ต่อกิเลสได้ง่าย พ่ายแพ้ต่อความสุขชั่วครูชั่วยาม ซึ่งมันก็ทำให้เราผัดผ่อนไปเรื่อย อะไรที่ดี ควรทำ เราก็ผัดผ่อนไปเรื่อย เดี๋ยวๆ แทนที่จะเดี๋ยวนี้ ก็เดี๋ยวก่อนๆ ผัดไปเรื่อย สุดท้ายก็ไม่ได้ทำสักที เพราะว่ามันมีข้ออ้างอยู่เรื่อย
เพราะฉะนั้นคนเรารู้มากรู้เยอะ มันไม่ได้เป็นหลักประกันเลยว่า เราจะมีชีวิตที่ผาสุก หรือว่ามีพฤติกรรมที่ปลอดภัยได้ มันต้องมีจิตที่มั่นคง เข้มแข็ง หรือมิฉะนั้นก็ต้องรู้จักปลุกสังเวชขึ้นมา เพื่อให้มีแรงขับในการทำสิ่งที่ควรทำ ไม่อย่างนั้นมารู้อีกทีก็สายไปเสียแล้ว แล้วก็บ่นว่ารู้อย่างนี้ๆ ซึ่งไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะมันสายไปเสียแล้ว

Jul 28, 2023