

1.7M
Downloads
1483
Episodes
เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com
Episodes

Jun 13, 2020
Jun 13, 2020
49 min
29 พ.ค. 63 (บรรยายทางออนไลน์ที่วัดป่ามหาวัน ภูหลง) - รักลูกปลูกสติ บ่มเพาะปัญญา : พ่อแม่จึงอย่าห่วงว่าธรรมะจะเป็นของยากสำหรับลูก ข้อสำคัญก็คือ อย่ายัดเยียดให้แก่ลูก แทนที่จะมุ่งสอนด้วยคำพูด ควรแสดงให้เป็นแบบอย่าง รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก การเรียนรู้นั้นสำคัญกว่าการสอน พ่อแม่จำนวนมากพยายามสอน แต่ลูกไม่มีพัฒนาการเลย เพราะเป็นการสอนที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก ขณะที่ลูกสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆได้มากมาย แม้ไม่มีใครสอน
สติ สมาธิ เมตตา กรุณา และปัญญา เป็นสิ่งที่ลูกสามารถเรียนรู้ได้ หากพ่อแม่ทำตัวเป็นกัลยาณมิตร การเรียนรู้ของลูกก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องเข้าวัดหรือฟังพระเทศน์ก็ได้ แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากชีวิตประจำวัน จากปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ ซึ่งมีความเข้าใจลูก พยายามรับฟังลูก แต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่มีเวลาให้ลูก ลำพังความรักของพ่อแม่อย่างเดียวหาเพียงพอไม่

Jun 11, 2020
Jun 11, 2020
26 min
11 มิ.ย. 63 - สร้างพลังใจ : คำว่าดีชั่วรู้หมดแต่อดใจไม่ได้ นอกจากเป็นเพราะว่าใจไม่มีพลังไม่สามารถห้ามใจด้วยแล้ว เป็นเพราะเราไม่รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นด้วย การที่เรามีจิตใจที่เข้มแข็งอาศัยขันติ สมาธิ แต่ถ้าเรามีสติมาช่วยกำกับด้วย มันจะช่วยลดพลังของความอยาก ลดพลังของกิเลสได้มากทีเดียว ความอยากหรือความโกรธก็ดี พวกนี้มีพลังทั้งนั้น แต่ว่ามันไม่ใช่อยู่ดีๆอยู่ดีๆเกิดขึ้นอย่างฮวบฮาบ แต่มันค่อยๆๆ ก่อตัวขึ้น ไฟไหม้ป่าไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆก็ไหม้รุนแรงโหมแรงเป็นพื้นที่ร้อยๆพันๆไร่ ก็เปล่า มันเกิดขึ้นจากสะเก็ดไฟ เล็กๆน้อยๆ สะเก็ดไฟที่เราปล่อยให้มันลุกลาม มันก็กลายเป็นกองไฟ กองเพลิงที่มโหฬาร ความอยาก เช่น ตัณหา ความโกรธ โทสะ พวกนี้เหมือนกันที่ครอบงำใจเราได้เพราะเราปล่อยให้ลุกลามจนเอาไม่อยู่ แต่ถ้าเราเริ่มเห็นมันตั้งแต่มันเริ่มก่อตัว เราก็สามารถจะจัดการกับมันได้ การจัดการก็กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น แล้วเราจะเห็นมันเริ่มก่อตัว จากการที่เรามีสตินี่แหละ
เพราะฉะนั้น ถ้าเราสร้างทั้งสติ สมาธิและขันติ ฝึกใจทำสิ่งที่ยาก เคี่ยวเข็ญตัวเองทำสิ่งที่ลำบาก หรือว่ารู้จักชนะใจ หรือที่จริงชนะกิเลสควบคู่ไปกับการเจริญสติ สร้างความรู้สึกตัว เราก็จะสามารถนำพาชีวิตไปในทางที่ดี ทำสิ่งที่ถูกต้องได้ ไม่ต้องมาเสียใจว่าทำไมเผลอไปทำไมพลาดพลั้งไป มันจะไม่มีความรู้สึกเสียใจในแบบนั้นมารบกวนมาบั่นทอนความตั้งใจของเรา

Jun 10, 2020
Jun 10, 2020
21 min
10 มิ.ย. 63 (เย็น) - เห็นธรรมพบสุขเพราะรู้จักเทวทูต : ถ้าไม่รู้จักเทวทูตมันไม่ใช่เพียงแค่ว่าพอสิ้นลมแล้วก็ตกนรก แต่ที่จริงมันตกนรกตั้งแต่ก่อนสิ้นลมแล้ว เพราะไม่รู้จักความจริงว่าเราต้องแก่ เราต้องเจ็บสูญเสียพลัดพราก พอเจอเข้าก็ทุกข์ระทมหม่นหมอง อันนี้ก็คือตกนรกนั่นแหละ ตกนรกตั้งแต่ยังไม่สิ้นลมเพราะว่าไม่เข้าใจความไม่เที่ยงความผันผวนความแปรปรวนของชีวิตได้แก่ แก่เจ็บพลัดพรากสูญเสียล้มเหลวผิดหวัง ยังไม่ต้องพูดถึงความตาย ถ้าเรารู้จักเทวทูตนะแล้วรู้จักวางจิตวางใจให้เป็น นอกจากตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท แล้วยังรู้จักฝึกจิตฝึกใจ ให้หมั่นสร้างความดีสร้างกุศล รวมทั้งฝึกจิตไม่ให้ยึดติดถือมั่นในร่างกายในทรัพย์สมบัติที่มี รวมทั้งคนรักของรักถึงเวลามันแปรผันแปรปรวนไป ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วยความพลัดพรากสูญเสีย มันก็ไม่ต้องตกนรกทั้งเป็น และยิ่งถ้าหากว่าเอาธรรมะมาเป็นเครื่องกำกับในการดำเนินชีวิต สร้างความดีสร้างกุศล ก็มั่นใจว่าเมื่อจะตายก็ไม่ทุกข์ทรมาน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “บุญย่อมทำให้เกิดสุขในยามสิ้นชีวิต”

Jun 10, 2020
Jun 10, 2020
19 min
10 มิ.ย. 63 (เช้า) - อย่าตายใจในยามสุข : ต้องคิดเผื่อไว้เสมอว่า อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องพร้อมที่จะรับมือกับมัน ก็ต้องถามใจตัวเองว่าพร้อมหรือยัง ถ้าไม่พร้อม ก็ต้องฝึกใจให้มีสติ เวลามีอะไรมากระทบ เวลามีเหตุร้ายเกิดขึ้น ถ้าไม่มีสติ จิตมันก็เป็นทุกข์ อารมณ์ที่เกิดขึ้นมันก็ท่วมท้นจิตใจ ความโกรธ ความเศร้า ความคับแค้น หลายคนมีชีวิตราบรื่นมาตลอด แต่ว่าพอกลางๆเข้าแย่เลย เพราะเจอเหตุร้าย บางทีลูกตาย ลูกยังเล็กอยู่ ยังไม่เคยเตรียมพร้อมที่จะรับเหตุการณ์แบบนี้เลย บางทีคนรักก็ตาย แต่งงานไม่นานเท่าไหร่ก็จากไป ยิ่งรักกันมากยิ่งทุกข์มาก เพราะไม่คิดว่าจะจากกันไปเร็วอย่างนั้น นึกว่าจะอยู่กันจนแก่เฒ่า อันนี้เรียกว่าอยู่อย่างประมาท พอประมาทแล้วก็ไม่ฝึกใจ ที่จะรับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ว่า ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วจะครองสติอย่างไร เราจะอยู่กับความพลัดพราก อยู่กับความสูญเสีย อยู่กับปัญหาได้อย่างไร ที่จริงไม่ต้องให้เจอเหตุร้ายอย่างนี้หรอก เอาแค่เจอคำต่อว่าด่าทอ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ธรรมดา เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ถ้าเรายังกระเพื่อม ยังหวั่นไหว ก็แสดงว่ายังไม่พร้อมที่จะเจอเหตุร้ายที่หนักๆในวันหน้า ต้องฝึกใจเอาไว้ให้มีสติ ให้มีสมาธิ ให้มีความรู้สึกตัว ไม่หลงไม่ลืม เพราะถ้าไม่มีสติ มันก็ลืมตัว หลงไปในอารมณ์ หลงเข้าไปในความคิด ซึ่งมีแต่ทำร้ายตัวเองมากขึ้น ป่วยกายไม่พอป่วยใจด้วย เสียทรัพย์ไม่พอก็เสียสุขภาพ บางทีก็เสียสติไปเลย เพราะฉะนั้นการอยู่อย่างไม่ประมาทเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องฝึกเอาไว้ บางครั้งเราประมาทก็เพราะชีวิตมันราบเรียบ จิตใจเราเป็นปกติ เราก็เลยคิดว่าเราปฏิบัติดีแล้ว ชีวิตเราโอเคแล้ว ที่จริงยังปฏิบัติไม่ดีหรอก ชีวิตเราก็ยังไม่ได้โอเคเพราะว่ามีความทุกข์รออยู่ข้างหน้า
เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งรีบ ต้องขวนขวายในการฝึกจิตให้มีสติ ให้มีความเข้มแข็ง รู้จักและมีปัญญาด้วย เพื่อที่จะได้แก้ทุกข์ให้กับตัวได้ ไม่เช่นนั้นความสุขในวันนี้ความปกติในวันนี้อาจจะกลายเป็นความทุกข์ในวันหน้าได้ ความราบรื่นในวันนี้ก็อาจจะเป็นความหายนะในวันหน้าได้ มันต้องเตรียมตัว ต้องขวนขวาย

Jun 9, 2020
Jun 9, 2020
20 min
9 มิ.ย. 63 - เราเกิดมาเพื่อสร้างกรรมดี : คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้กรรมเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างกรรมใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อนำไปสู่ชีวิตที่ดีงามยิ่งขึ้น แม้แต่ในยามที่เรานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ไม่สามารถเขยื้อนขยับหรือทำอะไรได้เลย เราก็ยังสามารถคิดดีหรือน้อมนึกในทางกุศลได้ ซึ่งจัดว่าเป็นมโนกรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราจึงสามารถทำดีได้ตลอดเวลา และกรรมดีนั้นย่อมก่อให้เกิดผลดีอย่างน้อยก็ต่อจิตใจของเรา
ความเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรม มักทำให้ผู้คนยอมจำนนต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตน โดยถือเสียว่าเป็นวิบาก แต่การคิดเช่นนี้ทำให้เราเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยวิบากฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่เราสามารถใช้วิบากนั้นให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น เมื่อล้มป่วย (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากกรรมในอดีตชาติ แต่อาจเกิดจากกรรมในปัจจุบันชาติ เช่น กินเหล้า สูบบุหรี่ ) เราสามารถใช้ความเจ็บป่วยนั้นเป็นเครื่องสอนใจให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของชีวิต รวมทั้งเตือนใจไม่ให้ประมาทกับชีวิต เร่งทำความดี หรือใช้ช่วงเวลาที่ล้มป่วยในการศึกษาปฏิบัติธรรม หลายคนพบว่าความเจ็บป่วยนั้นให้ประโยชน์แก่ตนอย่างมากมายจนถึงกับอุทานว่า “ขอบคุณที่เป็นมะเร็ง” แต่จะมีประสบการณ์อย่างนั้นได้ก็เพราะไม่มัวแต่คิดว่าตนกำลังใช้กรรม หรือก้มหน้ารับกรรมอย่างเดียว
จะว่าไปแล้วเราทุกคนทำกรรมตลอดเวลา แม้แต่วินาทีที่คิดว่าเรากำลังใช้กรรม วินาทีนั้นเราได้สร้างกรรมใหม่แล้ว นั่นคือการยอมรับหรือยอมจำนนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งย่อมก่อให้เกิดวิบากใหม่ตามมา ซึ่งมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ เช่น หากล้มป่วยแล้วถือว่าใช้กรรม ในด้านหนึ่งก็ช่วยให้เราทำใจได้ ไม่ตีอกชกหัว แต่เมื่อทำใจแล้วไม่ยอมรักษา ก็ย่อมทำให้โรคลุกลามมากขึ้น โรคที่ลุกลามนี้ย่อมมิใช่เป็นเพราะกรรมเก่าอันไกลโพ้น แต่เกิดจากการนิ่งเฉยเพราะคิดว่าใช้กรรมนั่นเอง
กฎแห่งกรรมเป็นแนวคิดทางพุทธศาสนาที่คนไทยคุ้นเคยมาตั้งแต่เล็ก แต่กลับเป็นเรื่องที่คนไทยเข้าใจผิดมากที่สุด (เช่นเดียวกับเรื่อง “บุญ”) จนเหมารวมว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับตนล้วนเป็นผลจากกรรมเก่าในอดีตชาติ โดยมี “เจ้ากรรมนายเวร” เป็นตัวการใหญ่ ดังนั้นจึงไม่คิดที่จะแก้ไขหรือจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้ตรงกับเหตุและผล (เช่น เจ็บป่วยก็ต้องรักษาและดูแลสุขภาพ) กลับไปเสาะแสวงหากรรมวิธีต่าง ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับเหตุปัจจัย แถมลี้ลับพิสดาร เปิดโอกาสให้บางคนแสวงหาผลประโยชน์จากความเชื่อดังกล่าว
กฎแห่งกรรมหากเข้าใจถูกต้อง ย่อมส่งเสริมให้ผู้คนทำความดี สร้างบุญกุศล ฝึกฝนพัฒนาตน รวมทั้งช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในทางตรงข้ามหากเข้าใจผิด ก็ทำให้ชีวิตตกต่ำ อยู่ด้วยความกลัว หรือเห็นแก่ตัว (เช่น ไม่กล้าช่วยคนที่กำลังเดือดร้อน เพราะกลัวว่าเจ้ากรรมนายเวรของเขาจะมาทำร้ายเราแทน) รวมทั้งจมอยู่ในความลุ่มหลงงมงาย เอาพิธีกรรมพิสดารต่าง ๆ เป็นสรณะ ไม่รู้จักพึ่งตน หรือใช้สติปัญญาเพื่อพัฒนาชีวิตให้เจริญงอกงาม สุดท้ายย่อมทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่ ผู้คนไร้น้ำใจต่อกัน คิดแต่จะเอาตัวรอดอย่างเดียว

Jun 7, 2020
Jun 7, 2020
18 min
7 มิ.ย. 63 - ฝึกใจให้เป็นสุข : แม้ว่าความสุขทางโลกจะแปรเปลี่ยนไป ร่างกายที่เคยสุขภาพดีเกิดเจ็บป่วย เงินทองที่เคยมีมากมายก็ร่อยหรอ งานการที่เคยมีก็เปลี่ยนไป ตกงานหรือเกษียณ แต่ว่าใจก็ไม่ทุกข์ คนที่วางใจเป็น ฝึกจิตไว้ดี ป่วยก็ไม่ทุกข์ บางทีขอบคุณด้วยซ้ำ ขอบคุณโชคดีที่เป็นมะเร็ง เงินทองร่อยหรอก็ไม่ทุกข์เพราะว่าเห็นว่าเงินทองเป็นของนอกกาย เท่านี้เท่าที่มีอยู่ก็พอแล้วมีความสุขได้แล้ว พอมีความสุขใจแล้วความสุขจากเงินทองก็มีความหมายน้อยลง พูดง่ายๆถ้าฝึกจิตไว้ดีแม้ว่าความสุขทางโลกจะแปรเปลี่ยนไปแต่ว่าใจก็ไม่ทุกข์
เพราะฉะนั้นการฝึกจิตฝึกใจสำคัญ อย่าทำแต่ความดี ให้ทานก็แล้ว รักษาศีลก็ดีแล้ว แต่ฝึกใจด้วย ให้เย็น ให้หนักแน่น ให้อ่อนโยน ให้มีสติ รู้ทันความคิด รู้ทันกิเลส และนั่นแหละจะทำให้ความสุขที่เราปรารถนามันเกิดขึ้นจริง

Jun 6, 2020
Jun 6, 2020
22 min
6 มิ.ย. 63 - แก้ทุกข์ที่ใจ : การยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น อะไรเกิดขึ้นก็ไม่ผลักไส วางใจเป็นกลางกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น ก็จะไม่เป็นทุกข์ คำว่า “ยอมรับ” กับคำว่า “วางใจเป็นกลาง” ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีความหมายเหมือนกัน เมื่อฟุ้งซ่านก็รู้ว่าฟุ้งซ่าน รู้เฉย ๆ ไม่ต้องไปทำอะไร แต่ส่วนใหญ่ไม่ยอมรู้เฉย ๆ เพราะว่ามีความอยาก อยากให้จิตสงบ พอความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นก็เลยไม่ชอบ เกลียดความฟุ้งซ่าน จึงพยายามกดข่มผลักไสมัน ก็ยิ่งเป็นทุกข์เมื่อมันไม่ยอมไป ที่จริงแล้วยิ่งกดข่ม ยิ่งผลักไส มันก็ยิ่งดื้อ ยิ่งท้าทาย ยิ่งต่อต้าน เหมือนกับเด็กวัยรุ่นที่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ พอมันยังอยู่ ไม่ยอมไป เราก็ยิ่งทุกข์หนักขึ้นเพราะไม่ชอบมัน

Jun 5, 2020

Jun 5, 2020
Jun 5, 2020
20 min
5 มิ.ย. 63 (เช้า) - ประโยชน์ที่ถูกมองข้าม : แม้แต่อารมณ์อกุศลที่เกิดขึ้นในใจ เช่น ความโลภ ความโกรธ ความเศร้า ก็ล้วนเป็นอุปกรณ์สำหรับการปฏิบัติธรรม นอกจากช่วยฝึกสติให้ว่องไวปราดเปรียว สามารถรู้ทันและปล่อยวางมันอย่างทันท่วงทีแล้ว การเห็นความเกิด-ดับและสาเหตุของความเกิด-ดับ ยังทำให้เกิดปัญญาจนเห็นสัจธรรม คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างแจ่มแจ้ง
เจออะไรก็มีประโยชน์ทั้งนั้นหากรู้จักมอง แต่เป็นเพราะเรามองไม่เป็น เมื่อเจอสิ่งไม่พึงปรารถนา จึงปล่อยให้มันทำร้ายจิตใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ หรือถึงกับหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต แต่ถึงจะทุกข์อย่างไร ก็ไม่สายที่จะหาประโยชน์จากมัน โดยเฉพาะการเปิดใจรับสัจธรรมจากมัน แต่จะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อมีสติ เห็นทุกข์ ไม่เผลอเป็นผู้ทุกข์ หากเห็นมันอย่างแจ่มแจ้ง สัจธรรมที่มันเผยแสดงออกมาย่อมช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้ในที่สุด

Jun 4, 2020
Jun 4, 2020
21 min
4 มิ.ย. 63 - ปรับอารมณ์ของตนให้เป็น : การรับรู้สิ่งภายนอกก็เหมือนกันขณะที่เราปล่อยใจ จมอยู่ในความทุกข์ แต่พอเราหันไปเห็นไปรับรู้สิ่งอื่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนทุกข์คนยากก็ได้ เช่นเราได้เห็นดอกไม้ที่สวยงาม เห็นวิวทิวทัศน์ที่ร่มรื่น ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกของคนเราขึ้นอยู่กับว่าเราไปรับรู้อะไรมา ถ้าเราเห็นในสิ่งที่เป็นบวก ใจก็พลอยเป็นบวกไปด้วย คนที่มีความทุกข์ยาก ทุกข์ระทม คับแค้น ห่อเหี่่ยว ท้อแท้ พอได้เห็นแสงอาทิตย์แสงเงินแสงทอง อรุณรุ่ง จิตใจเปลี่ยน อารมณ์เปลี่ยนไปเลย คนบางคนคิดจะฆ่าตัวตายกำลังจะโดดจากตึก พอเหลียวมองไปเห็นท้องฟ้ากำลังสว่าง พระอาทิตย์กำลังขึ้น ชะงักเลยเพราะความรู้สึกเปลี่ยนไป ได้เห็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเบิกบาน จิตใจแจ่มใส หรือมีความหวัง ความรู้สึกแย่ก็หายไป
เพราะฉะนั้น การที่เราไปรับรู้อะไร มันมีผลต่อจิตใจเรามาก ถ้าเราปล่อยใจให้ไหลไปอยู่ในอดีตที่ขมขื่น อดีตที่ย่ำแย่ ใจเราก็พอย่ำแย่ไปด้วย หรือเกิดว่าใจเราปรุงแต่ง นึกภาพแต่อนาคตที่มีแต่ปัญหารอเราอยู่ มันมีแต่เรื่องร้ายๆรอเราอยู่ จิตใจก็พลอยวิตกกังวล เครียดไปด้วย แต่ถ้าหากเรามองออกมารอบตัวเราที่เต็มไปด้วย ความสดชื่นแจ่มใสดอกไม้ ผู้คนเอื้อเฟื้อเกื้อกูล หรือธรรมชาติที่งดงาม ใจเราก็พลอยดีไปด้วย จิตใจเราก็เหมือนโทรทัศน์ เราเปิดช่องอะไร จิตใจเราก็เป็นไปตามรายการที่เราเห็น แต่ถ้าเราเปิดดูแต่ช่องที่เต็มไปด้วยสงครามความรุนแรง เลือดสาดสยดสยอง จิตใจเราก็พลอยหดหู่ พลอยเหี้ยมไปด้วย แต่ถ้าเราเปิดช่องที่เป็นสัตว์โลกที่น่ารัก จิตใจเราก็สดชื่นจิตใจเราก็พลอยมีความสุข ถ้าเราดูแต่ละครดราม่าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังในความรัก จิตใจเราก็พลอยห่อเหี่่ยว แต่ถ้าหากเราเปิดช่องที่เป็นธรรมชาติงดงามตามสถานที่ต่าง ๆทั่วโลกจิตใจเราก็พลอยเบิกบาน เราคิดเรานึกอย่างไรใจเราก็เป็นอย่างนั้น หรือว่าเรารับรู้อะไรใจก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักเปลี่ยนการรับรู้ด้วยเพราะเวลาเรารับรู้แต่สิ่งแย่ๆ ทำให้จิตใจเราแย่ๆไปด้วย เราก็เปลี่ยนการรับรู้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า อันนี้เรียกว่ารู้จักปรับใจของตัวรู้จักแก้อารมณ์ของตัว คนเรามีความสามารถตรงนี้